ผู้บริหารของ LPN ได้ชี้แจงถึงสาเหตุที่ทำให้กำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จคอนโดมิเนียมบางโครงการของบริษัทฯล่าช้าออกไป
ซึ่งทำให้เราปรับลดประมาณการณ์กำไรสุทธิในปี 56-57 ลง 7.2% และ 7.4% ตามลำดับ เรามองว่าราคาหุ้นที่รับรู้ข่าวร้ายหมดแล้วและกำไรสุทธิของบริษัทฯที่คาดจะปรับตัวขึ้นไปอยู่ในระดับสูงในอีก 2 ปีข้างหน้า เป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้นักลงทุนน่าลงทุนในหุ้น LPN เราปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายที่ 21.70 บาท ซึ่งยังอิงด้วยเป้า PE ที่ 11 เท่าตามเดิม
ขั้นตอน EIA ที่นานขึ้นทำให้รายได้ลดลง ผู้บริหารของ LPN ได้ชี้แจงถึงสาเหตุที่ทำให้กำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จของโครงการคอนโดมิเนียมบางโครงการได้แก่ Lumpini Ville นาเกลือ-วงศ์อำมาตย์ Tower C, Lumpini Condotown ชลบุรี-สุขุมวิท เฟส 2 และ Lumpini Park พระราม 9 ต้องล่าช้าออกไปว่าเกิดจากขั้นตอนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่กินระยะเวลายาวนานขึ้นเป็นประมาณ 6 เดือน จากเดิมที่อยู่ที่ประมาณ 3-4 เดือน ซึ่งส่งผลให้ต้องเลื่อนการเริ่มก่อสร้างและรับรู้รายได้ของคอนโดมิเนียมบางโครงการออกไป LPN ปรับลดเป้ารายได้คอนโดมิเนียมในปี 56 ลงอยู่ที่ 14,000 ล้านบาท จากเป้าเดิมที่ 15,000 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯยังคาดว่าโครงการ Lumpini Park พระราม 9 จะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในไตรมาส 1/58 ซึ่งเลื่อนมาจากกำหนดเดิมในไตรมาส 4/57
คาดรายได้คอนโดสูงสุดในไตรมาส 4/56 จากประมาณการณ์ใหม่ของเรา เราคาดว่ารายได้ของ LPN จะขึ้นไปอยู่ในระดับสูงสุดในไตรมาส 4/56 ที่ 4,506.1 ล้านบาท พุ่งขึ้น 34.9% qoq และ 49.6% yoy เนื่องจากโครงการ Lumpini Ville สุขุมวิท 77เฟส 2, Lumpini Condotown ชลบุรี-สุขุมวิท เฟส 1และ Lumpini Ville รามคำแหง 60/2 ด้วยมูลค่ารวมของโครงการที่ 4,100 ล้านบาท จะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/56 ประกอบกับการโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่องของโครงการ Lumpini Ville นาเกลือ-วงศ์อมาตย์ Tower A และ B
คาดยอดจอง(พรีเซล) ปี 56 ขึ้นไปอยู่ที่ 24,000 ล้านบาท LPN ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวโครงการ The Lumpini 24 (มูลค่าโครงการที่ 3,000 ล้านบาท) ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมสำหรับผู้มีรายได้ระดับสูงโครงการแรกของบริษัทฯด้วยราคาขายเฉลี่ยที่ 160,000 บาท/ตร.ม. ระหว่างวันที่ 23-24 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยขายไปได้แล้วประมาณ 90% ขณะที่ในส่วนของห้องนอนเดียวขายหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ยอดจอง(พรีเซล) ytd อยู่ที่ 23,500 ล้านบาท เราคาดว่ายอดจอง (พรีเซล) ของ LPN จะขึ้นไปอยู่ที่ 24,000 ล้านบาท (+29.7% yoy)
ปรับลดประมาณการณ์กำไรสุทธิปี 56 และ 57 เราปรับลดประมาณการณ์กำไรสุทธิในปี 56 และ 57 ลง 7.2% และ 7.4% ตามลำดับ จากการชี้แจงของผู้บริหารถึงสาเหตุที่ทำให้กำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จคอนโดมิเนียมบางโครงการของบริษัทฯล่าช้าออกไปจากขั้นตอน EIA ที่นานขึ้น ปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อประมาณการณ์กำไรสุทธิของเราได้แก่นโยบายซื้อรถคันแรกที่อาจส่งผลกระทบกับกำลังซื้อของกลุ่มที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้ระดับล่างเนื่องจากมีการเหลื่อมล้ำในตลาดเป้าหมายของคอนโดหรือทาวน์เฮ้าส์สำหรับผู้มีรายได้ระดับล่างและผู้ใช้สิทธิ์ซื้อรถคันแรกอยู่
เราปรับราคาเป้าหมายหุ้น LPN ออกไปเป็นปี 57 ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ที่ 21.70 บาท อิงด้วย 2014F PE ที่ 11 เท่า เราคงเป้า PE เดิมไว้ที่ 11 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับ +0.5SD มากกว่า PE เฉลี่ยตั้งแต่ปี 49 ทั้งนี้ ราคาเป้าหมายของหุ้นอื่นๆในกลุ่มอสังหาฯอิงด้วย PE เฉลี่ยในอดีต แต่เราเพิ่ม PE ของหุ้น LPN ขึ้นเล็กน้อยจากกำไรสุทธิที่สดใสหนุนจากยอด backlog ในระดับสูง
ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น ซื้อ เราปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น LPN จาก ถือ เป็น ซื้อ เนื่องจากราคาหุ้นรับรู้ ปัจจัยลบที่เกิดขึ้นจากขั้นตอน EIA ที่กินระยะเวลานานขึ้นที่ส่งผลกระทบกับการรับรู้รายได้ของ LPN ในปี 56-57 แล้ว ราคาเป้าหมายของเรามี upside จากราคาหุ้นปัจจุบันที่ 16.7%









