นายกฯครม.เศรษฐกิจประเมินผลกระทบการชุมนุม พร้อมสั่งคลัง ,ท่องเที่ยวและกีฬา, ธนาคารแห่งประเทศไทย ,สภาพัฒน์ จัดทำแผนกระตุ้นศก.ครั้งใหญ่
นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันนี้ (4) เวลา 10.30 น. นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมคณะทำงานกำกับการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ธนาคารแห่งประเทศไทย หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจต่างๆโดย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่าการประชุมวันนี้เพื่อหารือเศรษฐกิจภาพรวมของไทยว่าได้รับผลกระทบจากการชุมนุมหรือไม่ โดยจะต้องทำให้การท่องเที่ยวไม่ได้รับผลกระทบ หาทางสร้างความมั่นใจให้กับคนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ รายงานว่าการชุมนุมทางการเมืองกระทบต่อการท่องเที่ยว ณ วันที่ 3 ธันวาคม 2556 มีถึง 36 ประเทศที่เตือนการเดินทางมาเยือนประเทศไทย ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางมาเยือนประเทศไทยในสัดส่วนที่น้อยลง นอกจากนี้การเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ในช่วง 2 เดือนแรกมีการเบิกจ่ายรวม 476,568 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 15.2% นอกจากนี้ยังกระทบต่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ต่างประเทศยังคงเชื่อมั่นเสถียรภาพของเศรษฐกิจไทย จึงยังไม่มีการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือประเทศไทยลงแต่อย่างใด
ขณะที่ นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานในที่ประชุมว่าเหตุการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้น แม้จะกระทบต่อภาพการท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานครบ้างแต่ยังไม่กระทบต่อนักท่องเที่ยวที่เชียงใหม่ และภูเก็ต อย่างไรก็ตามตลาดที่น่าเป็นห่วงคือตลาดญี่ปุ่นที่มีความอ่อนไหวมาก ที่มีการเตือนการเดินทางมาประเทศไทย ตลาดการประชุมสัมมนา เริ่มมีการยกเลิกคือตลาดการประชุม ทั้งนี้หวังว่าหลังจากเหตุการณ์สงบไปแล้วควรต้องมีการกระตุ้นการท่องเที่ยว เช่นโครงการไทยแลนด์แกรนด์เซลส์ ที่ช่วยการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย การส่งเสริมการสร้างภาพยนตร์จากผู้ผลิตต่างประเทศ
นายธีรัตถ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายรองนายก สภาพัฒน์ และทุกกระทรวง กระตุ้นการทำงานร่วมกับภาคเอกชน ในการจัดกิจกรรม นอกจากนี้ขอให้ประสานร่วมกับสถานทูตประเทศต่างๆ ที่ได้มีการเตือนการเดินทางมาในประเทศไทย โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นและยุโรป นอกจากนี้อยากเห็นการจัดกิจกรรมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังคงเดินหน้าต่อไป อาจจะมีเพียงแค่บางพื้นที่เท่านั้นที่ไม่สะดวกเพราะมีการชุมนุม
นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงสภาพัฒน์ ในการร่างแผนกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เพื่อการสร้างความมั่นใจ การส่งเสริมการลงทุน การกระตุ้นการจ้างงาน โดยคาดว่าน่าจะประกาศในช่วงต้นปีหน้า ขณะเดียวกันได้สั่งการให้กระทรวงต่างๆ นำข้อเสนอของเอกชนที่จะให้ภาครัฐขจัดอุปสรรคในการทำธุรกิจและยกมาตรฐานการผลิตมากำหนดแผนการดำเนินการที่ชัดเจนอีกด้วย









