วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธปท.ระบุเบิก-ถอนเงินสดปกติ

แบงก์ชาติยืนยันระบบการจ่ายไฟฟ้าของสถาบันการเงิน มีระบบสำรองมาตรฐาน หากตัดกระแสไฟฟ้าสามารถใช้ระบบสำรองทดแทนได้

นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ระบบการจ่ายไฟฟ้าของสถาบันการเงิน มีระบบสำรองเป็นไปตามมาตรฐาน หากมีการตัดกระแสไฟฟ้าสามารถใช้ระบบสำรองทดแทนได้ โดย ธปท.จะเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว แต่จะไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงานของธนาคารพาณิชย์ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่

ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานความผิดปกติการเบิกถอนเงินของประชาชนผ่านตู้เอทีเอ็ม หลังจากวานนี้ (1 ธ.ค.) มีการตัดกระแสไฟฟ้าของ บริษัท กสท .โทรคมนาคม และบริษัท ทีโอที ซึ่ง 2 บริษัทนี้ เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม เพราะระบบเอทีเอ็ม ถือเป็นระบบเครือข่ายส่วนบุคคล ที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถเชื่อมระบบต่อถึงกัน เพื่อให้ทดแทนการให้บริการประชาชนได้ต่อเนื่อง แม้จะเกิดการชุมนุมทางการเมือง แต่ประชาชนยังเข้าถึงบริการทางการเงินได้ตามปกติ ผ่านทั้งสาขาธนาคารพาณิชย์ และ อินเทอร์เน็ตแบงกิ้งแม้จะไม่สะดวกในการใช้บริการบ้าง

"กรณีที่ ธปท.จะเข้าไปแทรกแซงการทำงานของธนาคารพาณิชย์ได้ จะต้องมี 3 กรณี คือ ต้องเข้าไปเพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้กับสถาบันการเงิน รวมทั้งต้องสนับสนุนการบริการให้เกิดประโยชน์ และเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน"

นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการ ด้านบริหาร ธปท. กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานความผิดปกติการเบิกถอนเงินสดของประชาชน แต่หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องรายงานเข้ามาทันที โดยยืนยันว่า ธปท. และธนาคารพาณิชย์ ได้สำรองธนบัตรเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้จ่ายช่วงวันหยุดปีใหม่ที่จะถึงนี้ ซึ่งสำรองธนบัตรไว้ 3-4 เดือน เพราะเป็นเรื่องที่ต้องประสานงานกันเป็นปกติทุกปีอยู่แล้ว และเชื่อจะไม่เกิดปัญหา

"การเบิกถอนเงินยังไม่มีปริมาณเพิ่มขึ้น และ ธปท. มีศูนย์กระจายธนบัตรถึง 9 ศูนย์ทั่วประเทศ จึงกระจายต่อไปยังศูนย์เงินสดของธนาคารพาณิชย์ เพื่อกระจายธนบัตรถึงประชาชนได้ต่อไป"

นายประดิษฐ์ เลี่ยวศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ปิดทำการสาขาบางแห่งที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุม และสาขาในห้างบางแห่งที่ปิดทำการ ส่วนเอทีเอ็มยังเปิดปกติ เพื่อให้บริการตามความต้องการของประชาชน

ส่วน นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้ตลาดหลักทรัพย์ยังเปิดให้ซื้อขายหลักทรัพย์ตามปกติ ตราบใดที่ระบบธนาคารพาณิชย์ ยังเปิดดำเนินการตามปกติ และหากยังไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ซึ่งในส่วนการรักษาความปลอดภัยของตลาดหลักทรัพย์ ขณะนี้ได้ดำเนินการตามกระบวนการและขั้นตอน แต่ไม่ต้องการเปิดเผยว่ามีอะไรบ้าง ในส่วนของผลกระทบต่อภาวะการลงทุนในตลาดหุ้น ต้องขึ้นอยู่ที่การประเมินของนักลงทุนแต่ละคนว่า โดยจะยังต้องการซื้อขายในภาวะเช่นนี้หรือไม่ ขณะเดียวกันส่วนของตลาดหลักทรัพย์ ขณะนี้ได้เตรียมพร้อมเรื่องระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ไว้รองรับสำหรับการซื้อขายและการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เรียบร้อยแล้ว

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ขณะนี้สมาชิกบริษัทหลักทรัพย์ ติดตามสถานการณ์การชุมนุมใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือวันต่อวัน โดยวันนี้ต้องดูว่า จะมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจหรือไม่ หากเกิดเหตุการณ์จนไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติงาน ณ ที่ตั้งของบริษัทหลักทรัพย์ได้ ก็จะไปยังพื้นที่ที่มีการเตรียมความพร้อมในส่วนของระบบสำรองไว้แล้ว

"บริษัทหลักทรัพย์ทุกแห่ง มีระบบสำรองไว้เตรียมพร้อมใช้งานได้ทุกเมื่อ เชื่อเมื่อเปิดให้บริการ จะปฏิบัติงานได้ตามปกติ และไม่ได้รับผลกระทบ และที่ผ่านมา มีการซักซ้อมเตรียมรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น เชื่อโบรกเกอร์น่าจะรับมือได้อย่างไม่มีปัญหา"นายไพบูลย์ กล่าว

การชุมนุมทางการเมืองที่เกิดความรุนแรง ย่อมสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณว่าได้รับผลกระทบแล้ว ดังนั้นตลาดหุ้นไทยเมื่อเปิดทำการวันนี้ คาดดัชนีหุ้นไทย จะปรับตัวลดลงแรง แต่จะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับนักลงทุนจะตื่นตระหนกหรือไม่ ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศก็ยังคงติดตามความคืบหน้าเช่นกัน คงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะยังไม่มีใครรู้ว่าจะจบลงอย่างไร