เงินบาทอ่อนค่าจากความกังวลการเมือง ก่อนฟื้นตัวกลับมาเล็กน้อยท้ายสัปดาห์ขณะที่ หุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นตอบรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ กนง.
ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้
อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น
อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นปรับลดลงตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยธนาคารพาณิชย์มีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ อีกทั้งมีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) ลดลงจากระดับ 2.40% มาเป็น 2.15% หลังจาก กนง. มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในการประชุมวันที่ 27 พฤศจิกายน ขณะที่ อัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน ลดลงจากระดับ 2.50% อยู่ที่ 2.25% เช่นเดียวกัน
ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 2-6 ธ.ค. 2556 จะมีการตัดจ่ายเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบธนาคารในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ธนาคารพาณิชย์คงจะมีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงวันหยุด ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของไทยคาดว่า จะทรงตัวที่ระดับ 2.25%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.51% ในวันศุกร์ ปรับลดลงเมื่อเทียบกับระดับ 3.67% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ โดยนักลงทุนต่างชาติยังคงขายพันธบัตรไทยอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะปรับลดลงตั้งแต่ช่วงกลางถึงปลายสัปดาห์ สอดคล้องกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.74% ในวันพุธ ทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับในสัปดาห์ก่อน อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐฯ เคลื่อนไหวในกรอบแคบและปรับลดลงเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อจากนักลงทุน ท่ามกลางการประมูลพันธบัตรใหม่ได้รับการตอบรับที่ดี อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในวันพุธ ตามแรงขายของนักลงทุนก่อนวันหยุดเทศกาลขอบคุณพระเจ้า
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินบาท (Onshore)
เงินบาทอ่อนค่าทดสอบระดับ 32.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนฟื้นตัวกลับมาเล็กน้อยท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาทร่วงลงท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นของการเมืองในประเทศ และแรงซื้อดอลลาร์ฯ ในช่วงปลายเดือนของกลุ่มผู้นำเข้า นอกจากนี้ แรงขายเงินบาทเป็นไปอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายนอกเหนือการคาดการณ์ของตลาด (และส่งสัญญาณที่ค่อนข้างระมัดระวังมากขึ้นในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า) แต่กระนั้น เงินบาทก็ฟื้นตัวกลับมาบางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์ แม้ว่านักลงทุนยังจับตาดูสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิด
ในวันศุกร์ (29 พ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 32.07 เทียบกับระดับ 31.82 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (22 พ.ย.)
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (2-6 ธ.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ และดัชนี PMI เดือนพ.ย. ของหลายๆ ประเทศ ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญประกอบด้วย ตัวเลขตลาดแรงงาน ดัชนี ISM ภาคการผลิต-ภาคบริการเดือนพ.ย. ยอดสั่งซื้อของโรงงาน ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนต.ค. ยอดขายบ้านใหม่ รายจ่ายด้านการก่อสร้างเดือนก.ย. และต.ค. ตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส 3/2556 (ประกาศครั้งที่ 2) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด
เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ
เงินยูโรปรับเพิ่มขึ้น หลังจากที่อ่อนค่าช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุถึง ความเป็นไปได้ที่ ECB อาจส่งสัญญาณผ่อนคลายลงอีกในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ดี เงินยูโรทยอยฟื้นตัวกลับมาในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ รับข่าวดีเกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงในการร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลผสมของเยอรมนี (โดยพรรคอนุรักษ์นิยมของนางแองเจลา เมอร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และพรรคโซเชียล เดโมแครตส์) ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ มีปัจจัยลบจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ ที่ลดลงมากเกินคาดในเดือนพ.ย.
เงินเยนอ่อนค่าลง ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเป็นพิเศษต่อไป ขณะที่ ข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และการปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยง ก็ทำให้เงินเยนซึ่งเป็นสกุลเงินที่ปลอดภัย เผชิญแรงเทขายอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
ในวันศุกร์ (29 พ.ย.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3612 เทียบกับ 1.3558 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (22 พ.ย.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 102.28 เทียบกับ 101.27 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า
ตลาดทุน
ตลาดหุ้นไทย
ดัชนี SET ปรับเพิ่มขึ้นตอบรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,371.13 จุด เพิ่มขึ้น 0.89% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 5.01% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 35,687.72 ล้านบาท โดยนักลงทุนรายย่อย นักลงทุนสถาบันและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 371.48 จุด เพิ่มขึ้น 2.25% จากสัปดาห์ก่อน
ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในวันจันทร์ โดยมีแรงขายท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองในประเทศ ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ จากแรงซื้อหุ้นกลับของนักลงทุน และการตอบรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. จากนั้น ตลาดหุ้นปรับลดลงต่อในวันพฤหัสบดี จากแรงขายทำกำไรของนักลงทุน ท่ามกลางความกังวลต่อความยืดเยื้อของการชุมนุมทางการเมือง อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นปรับเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ โดยมีแรงซื้อทางเทคนิค
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 2-6 ธ.ค. 2556 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนียังคงผันผวน โดยต้องติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย สำหรับรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องชี้ภาคการผลิต (ISM Manufacturing) เครื่องชี้ที่อยู่อาศัย และจีดีพี ไตรมาส 3/2556 (Second Est.) ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,340 และ 1,316 ขณะที่ แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,385 และ 1,404 ตามลำดับ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ดัชนี DJIA ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ ท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจอันสดใส โดยเมื่อวันพุธ ดัชนี DJIA ปิดที่ 16,097.33 จุด เพิ่มขึ้น 0.20% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้วแต่ช่วงต้น-กลางสัปดาห์ จากแรงหนุนผลประกอบการบริษัทที่ออกมาสดใส นอกจากนี้ ข้อมูลการขออนุญาตสร้างบ้านที่แข็งแกร่งและเครื่องชี้ภาคการผลิตในเขตชิคาโก้ที่ออกมาดีเกินคาด ยังช่วยหนุนมุมมองเชิงบวกของนักลงทุน ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการในวันพฤหัสบดี เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น
ดัชนี Nikkei ปรับเพิ่มขึ้น ท่ามกลางการอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องของเงินเยน โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 15,661.87 จุด เพิ่มขึ้น 1.82% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินเยน ก่อนที่จะปรับลดลงในช่วงกลางสัปดาห์ โดยมีแรงขายทำกำไร โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มส่งออกที่ราคาปรับขึ้นมามากในช่วงก่อนหน้า จากนั้น ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นต่อวันพฤหัสบดี โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลเงินเฟ้อที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง อันสร้างความหวังถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า ทั้งนี้ ดัชนีปรับลดลงเล็กน้อยในวันศุกร์ ตามแรงขายทำกำไรของนักลงทุน









