บลจ.กสิกรไทย เผยตราสารหนี้ต่างประเทศยังให้แจ่ม ส่ง 3 กองทุนรวด ขยับผลตอบแทนสูงสุดแตะ 3.30% พร้อมแนะลูกค้าพักเงินรอจังหวะลงทุน
นายนาวิน อินทรสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า ในวันที่ 26 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2556 บลจ. กสิกรไทย จะเสนอขายกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศประเภทกำหนดอายุโครงการต่อเนื่องอีก 3 กองทุน ทั้งอายุ 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี พร้อมนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ได้แก่ กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 3 เดือน ดีเอ็น (KFI3MDN) โอกาสรับผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนที่ 2.90 % ต่อปี กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน เอเอส (KFF6MAS) ประมาณการผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนที่ 3.10 % ต่อปี และกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1 ปี ซีเอช (KFF1YCH) ซึ่งให้โอกาสรับผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนที่ 3.30% โดยผู้ลงทุนบุคคลธรรมดาไม่ต้องเสียภาษี
ด้านสถานการณ์เศรษฐกิจ นายนาวินกล่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับต่ำ เนื่องจากการเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้ ยังคงต่ำกว่าเป้าหมาย โดยในระหว่างปี ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมา 1 ครั้งในช่วงไตรมาส 2 ส่วนในด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 4% เทียบกับต้นปีที่ 3.6% อันเป็นผลจากการที่นักลงทุนต่างชาติได้เทขายพันธบัตรไทยออกมาในช่วงกลางปีที่ผ่านมาตามกระแสข่าวเรื่องการปรับลดมาตรการ QE ส่งผลให้เม็ดเงินไหลออกจากทั้งตลาดหุ้น และตราสารหนี้ไทย และผลักดันให้อัตราผลตอบแทนปรับตัวขึ้น จึงส่งผลให้กองทุนตราสารหนี้ที่มีการถือตราสารหนี้อายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ได้รับผลกระทบในทางลบ
อย่างไรก็ดี ในส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นกลับปรับตัวลดลง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 6 เดือน ปัจจุบันอยู่ที่ 2.58% เทียบกับต้นปีที่ 2.77% เป็นผลจากการที่นักลงทุนเริ่มมีความกังวลต่อเศรษฐกิจและปัญหาภายในประเทศมากขึ้น จึงทำให้มีแรงซื้อพันธบัตรระยะสั้นมากขึ้น และกดดันอัตราผลตอบแทนลงมา ทั้งนี้ เชื่อว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายน่าจะทรงตัวจนถึงปีหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังคงได้รับแรงกดดันและเติบโตได้ต่ำกว่าคาด ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อเองก็อยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ ในกรณีผู้ลงทุนต้องการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ประเภทกำหนดอายุโครงการ อาจจะเลือกลงทุนตั้งแต่อายุ 6 เดือน – 1 ปีขึ้นไป เพื่อล็อกผลตอบแทนไว้ก่อน เพราะมีโอกาสที่อัตราผลตอบแทนในระยะสั้นอาจจะปรับตัวลงได้อีก”
นายนาวินกล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศประเภทกำหนดอายุโครงการที่ บลจ.กสิกรไทยจะเสนอขายในสัปดาห์นี้ ได้ขยับผลตอบแทนสูงขึ้นกว่ากลุ่มกองทุนที่เสนอขายไปในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ตราสารหนี้ที่กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 3 เดือน ดีเอ็น (KFI3MDN) จะลงทุนในเบื้องต้นประกอบด้วยเงินฝากของ Bank of China และ China Construction Bank Corporation ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากลจาก Fitch Ratings ที่ A รวมทั้งยังลงทุนในตราสารหนี้ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)(A/TRIS), บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (AAA/TRIS) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก Fitch ประเทศไทย ที่ระดับ AA- ด้านตราสารหนี้ที่กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เอเอส (KFF6MAS) จะเข้าลงทุนในเบื้องต้นประกอบด้วยเงินฝาก Bank of China และ China Construction Bank Corporation ด้วยเช่นเดียวกัน รวมทั้งยังลงทุนในตราสารหนี้ ICBC (Asia) Ltd., ประเทศฮ่องกง ตราสารหนี้ Banco ABC Brasil S.A. และตราสารหนี้ Banco BTG Pactual S.A., ประเทศบราซิล ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากลจาก Fitch Ratings ที่ A, BBB- และ BBB- ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีการลงทุนเพิ่มเติมในตราสารหนี้ประเทศไทยของธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก Fitch ประเทศไทย ที่ระดับ A+
สำหรับกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1 ปี ซีเอช (KFF1YCH) จะเข้าลงทุนในเงินฝาก Bank of China , เงินฝาก China Construction Bank Corporation และตราสารหนี้ ICBC (Asia) Ltd., ประเทศฮ่องกง ด้วยเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังลงทุนเพิ่มเติมในตราสารหนี้ Itau Unibanco S.A., และตราสารหนี้ Banco Santander (Brasil) S.A., ประเทศบราซิล ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากลจาก Fitch Ratings ที่ BBB + และ BBB ตามลำดับ โดยทั้ง 3 กองทุนดังกล่าวมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน
นอกจากนี้ เพื่อตอบรับความต้องการสำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำมากและต้องการ ลงทุนระยะสั้นกับตราสารหนี้ในประเทศเป็นหลัก ในช่วงเวลาเดียวกัน บลจ.กสิกรไทยจะเปิดขายกองทุนเปิดเค คุ้มครองเงินต้น ตราสารหนี้ไทย 3 เดือน ดีไอ (KPPTF3MDI) โดยกองทุนดังกล่าวจะเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย และบางส่วนในเงินฝากประจำ 3 เดือนของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะให้โอกาสรับผลตอบแทนปลอดภาษีสำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดาที่ 2.50% ต่อปี









