วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สศก.ชี้ปี'57แนวโน้มราคายางยังไม่ฟื้น

สศก.วิเคราะห์สินค้าเกษตรปี"57 ข้าว-มันสดใส-"ยางยังไม่ฟื้น"

ภาวะการผลิต การค้าสินค้าเกษตรเป็นปัจจัยสำคัญ ที่เพิ่มกำลังซื้อให้กับกลุ่มรากหญ้า กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศภายในประเทศ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้วิเคราะห์ทิศทางการค้าสินค้าโลก ซึ่งจะมีผลต่อเกษตรกรไทย

"กรุงเทพธุรกิจ"สัมภาษณ์นายคนิต ลิขิตวิทยาวุฒิ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) โดยระบุว่า ทิศทางสินค้าเกษตรในปี 2557 ยังมีปัจจัยที่จะส่งผลกับภาคการเกษตรทั้งด้านอุปสงค์ คือ ประชากรโลก จีดีพีของประเทศคู่ค้า สถานการณ์การตลาดโลก ของคู่ค้า คู่แข่ง และของไทยเอง อัตราแลกเปลี่ยนเงิน นโยบายประเทศคู่ค้า คู่แข่ง กลุ่มการค้า และปัจจัยด้านอุปทาน คือ สถานการณ์การผลิตของโลก และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติ

ทั้งนี้ในส่วนของจีดีพีของโลกนั้นคาดว่าในปี 57 จะยังขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.9% จากปี 56 ที่ขยายตัวที่ 2.9% โดยจีดีพีตลาดหลักของไทยฟื้นตัวขึ้น โดยสหรัฐโต 2.6% สหภาพยุโรปหรืออียู 1.3% จีนที่ 7.3% ญี่ปุ่น 1.2% อาเซียน 5.4 % ในขณะที่ไทยคาดว่าจะขยายตัวที่ 5.1% แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของโลกอยู่ในช่วงที่ฟื้นตัว ส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยในปี 57

ตลาดสินค้าเกษตรที่สำคัญยังเป็น จีนที่ไทยส่งออกสินค้าเกษตรได้ในสัดส่วน 20.30 % ญี่ปุ่น 13.40 % สหรัฐ 9.18 % อียู 9.82% อาเซียน 19.84 % โดยจีนนั้นคาดว่าในปี 57 จะยังมีการขยายตัวได้ในสินค้ามันสำปะหลัง ยางพารา ข้าว ทุเรียน มังคุด ลำไยและกุ้ง ,ญี่ปุ่น แม้ตลาดขยายตัวไม่มากนักเพราะนโยบายของรัฐบาลยังมีสนับสนุนให้รัดเข็มขัด แต่ยังมีสินค้าที่พอส่งออกได้ คือ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ไก่เนื้อ กุ้ง ข้าว น้ำตาล ยางพารา ส้มโอ มังคุด กล้วยหอม มะม่วง น้ำมะพร้าว

สหรัฐในปี 57 การส่งออกอาจลดลงเนื่องจากเศรษฐกิจภายในยังไม่ดีเท่าที่ควร สินค้าที่คาดว่าไทยจะส่งออกได้ เช่น ยางพารา กุ้ง ข้าวหอมมะลิ สับปะรด ผลิตภัณฑ์อาหาร ในขณะที่อียู ที่ตลาดเริ่มฟื้นตัวแม้ไม่ขยายตัวเพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นตลาดสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทยในกลุ่มไก่เนื้อ กุ้ง ยางพาราสับปะรด ตลาดที่คาดว่าไทยจะส่งออกได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตามในปีหน้าตลาดที่คาดหวังจะส่งออกได้ดีคือตลาดอาเซียน มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น สินค้าที่คาดว่าจะขยายตัว คือกลุ่มปศุสัตว์ผละผลิตภัณฑ์ไก่ สุกร นมและผลิตภัณฑ์ โคเนื้อและผลิตภัณฑ์ น้ำตาลทรายและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ผลไม้ มังคุดลำไย มะม่วง กุ้ง ปลา และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปและเครื่องปรุงรส

สำหรับตะวันออกกลาง ที่ไทยพยายามเจาะตลาด แต่ติดปัญหาเรื่องฮาลาล นั้น ปัจจุบัน หลายประเทศในกลุ่มนี้ให้การยอมรับสินค้าไทยมากขึ้น สินค้าที่คาดว่าจะส่งออกได้นอกเหนือจากกลุ่มผลไม้อบแห้งคือ ข้าว ผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ไก่ และผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาล

อย่างไรก็ตามหากวิเคราะห์สถานการณ์ของรายสินค้า จะพบว่าในส่วนของข้าวในปี 2557 ทั้งโลกยังมีสต็อก อยู่ถึง 105.17 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้น 0.32 %เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 56 คาดว่าสิ้นปีสต็อกจะเพิ่มเป็น 107.39 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้น 2.11 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 56 โดยผลผลิตของโลก อยู่ที่ 476.77 ล้านตัน ข้าวสาร เพิ่มขึ้น 1.66 % จากความต้องการใช้ที่ 474.55 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้นเพียง 1.26 % การส่งออกคาดว่าจะอยู่ที่ 39.01 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้น 1.77 %

ขณะที่ไทยคาดว่าในปี 57 จะมีผลผลิต 24.175 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้น 0.12 % เมื่อเทียบกับปี 56 ในขณะที่ความต้องการใช้อยู่ที่ 9.19 ล้านตันข้าวสาร ลดลง 0.65 % การส่งออกคาดว่าจะอยู่ที่ 8 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้น 19.40 % มูลค่า 138,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี56 ที่ส่งออกได้ 6.5-6.7 %

โดยข้าวที่จะส่งออกได้ คือ ข้าวหอมมะลิในตลาดสหรัฐมากที่สุด ประมาณ 22 % ของปริมาณที่ไทยส่งออก ไอวอรีโคสต์ ฮ่องกง กานา สิงคโปร์ ข้าวขาว ในอิรัก มากที่สุด 32 % ของปริมาณที่ไทยส่งออก ญี่ปุ่น อังโกลา โมซัมบิก แคเมอรูน ข้าวนึ่ง ในตลาด เบนินมากที่สุด 45 % ของปริมาณที่ไทยส่งออก แอฟริกาใต้ เยเมน ไนจีเรีย และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในปี 57 คาดว่าทั้งโลกจะมีสต็อกต้นปีที่ 122.59 ล้านตัน ลดลง 7.02 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 56 ปลายปีคาดว่าสต็อกจะอยู่ที่ 151.42 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 23.52 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 56 โดยผลผลิตจะออกสู่ตลาดรวม 956.67 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 11.23 % ความต้องการใช้ยังมีมากอยู่ที่ 927.84 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.73 % การส่งออกจะอยู่ที่ 104.50 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5.39 % ในขณะที่ไทยจะมีผลผลิต รวมประมาณ 4.87 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 1.88 % ใกล้เคียงกับความต้องการใช้ ที่ 4.86 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.10 % แม้ผลผลิตส่วนใหญ่จะเพียงพอกับความต้องการใช้ภายในประเทศ แต่ ไทยยังมีการส่งออกบ้างในตลาด ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม มูลค่ารวม 1,182 ล้านบาท รวมทั้งยังมีการนำเข้าเป็นบางช่วงจากลาว และกัมพูชา

มันสำปะหลัง คาดว่าในปี 57 ไทยจะมีผลผลิตรวมประมาณ 28.75 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 1.66 % เมื่อเทียบกับปี 56 ความต้องการใช้ในประเทศจะอยู่ที่ 8.18 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.79 % ผลผลิตที่ได้ส่วนใหญ่จะส่งออก มูลค่าประมาณ 84,800 ล้านบาท ในรูปของมันเส้น คู่ค้าคือจีน แป้งมันสำปะหลัง คู่ค้าที่สำคัญคือ จีน อินโดนีเซีย ไต้หวัน มาเลเซีย แป้งมันสำปะหลังดัดแปร ตลาดคือ ญี่ปุ่น จีน อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้

ยางพารา คาดว่าในปี 57 ทั้งโลกจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดรวม 12.45 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5.56 % ความต้องการใช้จะอยู่ที่ 11.75 ล้านตันเพิ่มขึ้น 4.01 % การส่งออกของโลกจะอยู่ที่ 9.44 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4.96 % ในขณะที่ไทยคาดว่าปี 57 จะมีผลผลิต ที่ 4 ล้านตันเพิ่มขึ้น 5.82 % เมื่อเทียบปี 56 ทั้งนี้เพราะภาคอีสานเปิดกรีดได้มากขึ้น ความต้องการใช้ในประเทศจะอยู่ที่ 5.9 แสนตัน เพิ่มขึ้น 7.27 % ส่วนใหญ่จะส่งออก ประมาณ 3.41 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5.57 % เมื่อเทียบกับปี 56 มูลค่า 250,000 ล้านบาท คู่ค้าที่สำคัญยังเป็น จีน มาเลเซีย และญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตามจากการวิเคราะห์สถานการณ์ยางในอาเซียน พบว่ามีการปลูกและเปิดกรีดได้มากขึ้นในกัมพูชา ลาว และพม่า ซึ่งจะเป็นปัจจัยทำให้ตลาดหันไปซื้อจากประเทศเหล่านี้ ดังนั้น ชาวสวนยางจึงต้องปรับตัวโดยการลดต้นทุนการผลิตดังกล่าวให้เหลือน้อยที่สุด และต้องหารายได้ด้านอื่นเพิ่มขึ้น