ยังมีศักยภาพรองรับการส่งออกรถยนต์ที่คาดว่าจะเติบโตไม่น้อยกว่า 6% ต่อปี
ธุรกิจของ NYT ซึ่งได้รับสัมปทานท่าเทียบเรือ A5 และถือหุ้นใน LRT ซึ่งให้บริการท่าเทียบเรือ C0 ภายในแหลมฉบัง จากแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อการส่งออกของไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาในอัตรา 13% และยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง ภายใต้สมมติฐานอัตราการเติบของการส่งออกรถยนต์ที่ระดับ 6% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า จากการขยายกำลังการผลิตของผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เป็นลูกค้าของบริษัทมายาวนาน ทำให้เราคาดว่า NYT จะยังคงสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งของการให้บริการท่าเทียบเรือเพื่อส่งออกรถยนต์ของประเทศได้
มีจุดแข็งจากที่ตั้งของท่าเทียบเรือ และประสบการณ์ในการบริหารงานกว่า 10 ปี
NYT ถือว่าเป็นผู้ให้บริการท่าเทียบเรือที่มีมีความได้เปรียบทางธุรกิจสูงเพราะนอกจากที่ตั้งของท่า A5 ที่ดีที่สุดของเท่าเทียบเรือแหลมฉบังทำให้ผู้ประกอบการเดินเรือมีค่าใช้จ่ายในการนำเรือเข้าเทียบท่าต่ำ NYT ยังเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ในการบริหารท่าเทียบเรือเพื่อการส่งออกและนำเข้ารถยนต์กว่า 10 ปี มีที่จอดพักรถยนต์เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า มีเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้การขนถ่ายสินค้าขึ้นและลงจากเรือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากทำให้สามารถรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับลูกค้ามานาน เราคาดว่ารายได้จะเติบโตได้อย่างสม่ำเสมอตามการขยายตัวของการส่งออกรถยนต์ของลูกค้ารายใหญ่ และ มี Upside เพิ่มจากโอกาสในการปรับขึ้นค่าบริการ
ปี 2557 ต้องลงทุนเพิ่มแต่จะคุมค่าใช้จ่าย
NYT มีสิทธิในการซื้อหุ้นของ LRT ซึ่งเป็นผู้ให้บริการท่าเทียบเรือ C0 เพิ่มอีก 29% (จากเดิมที่ถือ อยู่ 20%) จนถึงปี 2560 โดย NYT จะนำเงินลงทุนส่วนหนึ่งจะมาจากเงิน IPO ในครั้งนี้ เราประเมินว่าหากบริษัทสามารถเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน LRT ได้เพิ่ม จะทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 13% - 17% และมูลค่าเหมาะสมเพิ่ม 1.7 – 2.5 บาท เนื่องจากผลประกอบการของ LRT ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ NYT เข้าไปช่วยบริหารจัดการ นอกจากนี้ NYT ยังมี Upside ซึ่งเรายังไม่ได้รวมในประมาณการจากการฟ้องร้องเงินค่าภาระฝากเก็บสินค้าเข้าจาก กทม. เป็นเงินจำนวน 530 ล้านบาท
ประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 2557 ไว้ที่ 14.50 บาท
เรามีมุมมองที่เป็นบวกต่อ NYT จากแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกของประเทศเฉลี่ย 6% ต่อปี ประกอบกับความได้เปรียบทางธุรกิจที่จะทำให้ยังสามารถครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 และท่าเทียบเรือที่ยังมีพื้นที่รองรับการขยายตัวของการส่งออกรถยนต์ในระยะยาว ทำให้กำไรสุทธิของ NYT ในระยะ 5 ปีข้างหน้าจะเติบโตเฉลี่ย 7% (CAGR) ซึ่งยังไม่รวม Upside จากการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มใน LRT เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตและมูลค่าเหมาะสมที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
ประเมินมูลค่าเหมาะสม 14.50 บาท
เรามองว่าปัจจัยพื้นฐานเด่นของการลงทุนในหุ้น NYT อยู่ที่ความได้เปรียบในการทำธุรกิจที่บริษัทเป็นผู้ได้รับสัมปทานให้บริการเทียบเรือเพื่อขนส่งรถยนต์ และสินค้าจากท่าเรือแหลมฉบังไปยังท่าเรือต่างๆ ทั่วโลก จากความได้เปรียบของที่ตั้งท่าเรือที่อยู่ด้านหน้าสุด การขยายตัวของยอดส่งออกรถยนต์ของประเทศ ทำให้ผลประกอบการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2552 – 2555) NYT มีกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี ในอนาคต (ปี 2556 – 2560) เราประเมินว่า NYT จะสามารถรักษาการเติบโตของกำไรได้เฉลี่ย 7% ส่วนใหญ่มาจากการรักษาส่วนแบ่งตลาดของ A5 ไว้ที่ 80% ของปริมาณการส่งออกรถยนต์ทั้งหมด การเข้าปรับปรุงกิจการของท่าเรือ C0 ที่เข้าไปถือหุ้น 20% และการขยายพื้นที่ให้เช่ารถยนต์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ผลิตรถยนต์







