"กิตติรัตน์"ชี้มีโอกาสปรับลดภาษีบุคคลธรรมดาเพิ่มอีกในอนาคต ปัดใช้วิธีเพิ่มการลดหย่อนภาษีในส่วนของค่าครองชีพ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภายหลังการออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อปรับปรุงอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการคำนวณเงินได้สุทธิในอัตราใหม่ที่มีการปรับลดอัตราการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลง 5 -50% จะยังไม่มีการพิจารณาปรับเพิ่มการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในส่วนของค่าครองชีพจาก 60,000 บาทต่อปี เป็น 120,000 บาทต่อปี โดยแนวทางการปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอนาคตกระทรวงการคลังจะใช้วิธีการพิจารณาปรับลดอัตราภาษีลงเพิ่มขึ้นจากเดิมโดยใช้หลักการว่าผู้มีรายได้น้อยได้รับการลดหย่อนภาษีมากกว่าผู้มีรายได้มาก โดยการปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของประเทศไทยลงอีกในอนาคตมีความเป็นไปได้เนื่องจากอัตราภาษีของเรายังสูงกว่าบางประเทศในอาเซียน เช่นมาเลเซียมีอัตรการเก็บภาษีสูงสุดอยู่ที่ 25% เท่านั้น
"การหักค่าลดหย่อยภาษีในอดีตเราให้ความสำคัญ แต่เดิมของเราใช้กลไกที่เป็นลักษณะหักค่าลดหย่อน เน้นเรื่องของการใช้ค่าลดหย่อนที่มากประเภท เช่น ค่าลดหย่อนทั่วไป ค่าลดหย่อนบุตร ค่าลดหย่อนการดูแลบุพการี ค่าลดหย่อนในรูปแบบการประกันภัย ค่าลดหย่อนในรูปของการออมกองทุนรวม เราเน้นเรื่องพวกนี้ ในขณะเดียวกันอัตราภาษีที่ใช้เป็นอัตราภาษีที่สูง จึงทำให้หลายคนซึ่งมองมาในประเทศไทย เข้าใจไปว่า เราทิ้งภาระภาษีให้กับผู้มีเงินได้สูง สิ่งที่เรากำลังดำเนินการเพื่อที่จะให้ภาระภาษีของผู้มีเงินได้นั้นลดลง จึงควรเริ่มต้นที่การลดอัตราภาษีลง และควรศึกษาให้รอบคอบว่าจะใช้วิธีเพิ่มหักค่าลดหย่อนหรือไม่ เพราะว่าการเพิ่มหักค่าลดหย่อนเป็นอะไรที่มองไม่เห็นได้ง่ายนัก หากจะมีการส่งเสริมการลดหย่อนจะทำในเฉพาะเรื่องที่ส่งเสริมพฤติกรรมที่ดี เช่น การบริจาค หรือการออมเท่านั้น"นายกิตติรัตน์กล่าว








