วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เดอะมอลล์ทุ่ม2หมื่นล.ปั้นย่านการค้าสุขุมวิท

เดอะมอลล์-เซ็นทรัล หว่านเม็ดเงินสะพัด 3 หมื่นล้าน ลงทุน "เดอะมอลล์"วางโรดแมพปั้น "ย่านการค้าสุขุมวิท" เท 2 หมื่นล้าน ผุดมิกซ์ยูสคอมเพล็กซ์

นับถอยหลังเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ท่ามกลางโอกาสมหาศาลของ "ไทย" ที่มีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ของทำเลที่ตั้งศูนย์กลางแห่งภูมิภาคเอื้อต่อการค้า การลงทุน โดยเฉพาะ "การท่องเที่ยว" คาดว่าปริมาณนักท่องเที่ยวเยือนไทยจาก 25 ล้านคนจะเพิ่มเป็น 40 ล้านคน ภายใน 5 ปีข้างหน้า

ถนน "สุขุมวิท" จะเป็นจุดหมาย (Iconic Tourist Destination) สำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่เร่งขยายการลงทุน โดยกลุ่มเซ็นทรัล เตรียมเปิดบริการโครงการหรู "เอ็มบาสซี่" มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท เดือนก.พ. 2557 ขณะที่ "เดอะมอลล์ กรุ๊ป" มุ่งขยายอาณาจักรชอปปิงคอมเพล็กซ์หรูย่านสุขุมวิทครอบคลุมพื้นที่กว่า 50 ไร่ คิดเป็นพื้นที่ขายรวมถึง 6.5 แสนตร.ม.

นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธานกรรมการ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงนโยบายธุรกิจกลุ่มเดอะมอลล์ ว่า มุ่งพัฒนา "ย่านการค้าสมัยใหม่" ของกรุงเทพฯ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ต้องการยกระดับและผลักดันย่านใจกลางสุขุมวิท (The Epicenter of Sukhumvit) เป็นย่านเศรษฐกิจการค้า สถานที่ท่องเที่ยวและบันเทิงทันสมัย ใช้เงินลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท พัฒนา 2 โครงการใหม่ ดิ เอ็มควอเทียร์ และ ดิ เอ็มสเฟียร์ เชื่อมต่อกับโครงการเดิม ดิ เอ็มโพเรียม โดย 3 โครงการมีพื้นที่รวม 50 ไร่ หรือกว่า 6.5 แสนตร.ม. นับเป็นพื้นที่ค้าปลีกหรูขนาดใหญ่ใจกลางเมือง

"สุขุมวิทเป็นแหล่งพักอาศัยของชาวไทย ต่างชาติ และนักท่องเที่ยว ที่มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างมีรสนิยม มีกำลังซื้อสูง และมีโครงข่ายเศรษฐกิจที่มีมาตรฐานสูงเทียบได้กับเมืองเอกอื่นๆ ของโลก ซึ่งสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ"

นับเป็นความท้าทายของกลุ่มเดอะมอลล์ในการพัฒนาทำเลการค้าสุขุมวิท ที่ต้องการยกระดับให้เหนือกว่าฮ่องกง สิงคโปร์ และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะไม่มีโครงการเทียบเท่า

เปรียบย่านการค้าใหม่ญี่ปุ่น

หากเปรียบย่านชอปปิง "สยามพารากอน" เสมือนย่านกินซ่า ในญี่ปุ่น ซึ่งมีความหลากหลายของสินค้าและบริการ มีผู้คนหมุนเวียนจำนวนมาก หรือเทียบได้กับ "นิวยอร์ก" ขณะที่ย่านใจกลางสุขุมวิทแห่งนี้ เปรียบได้กับย่านการค้าใหม่ของญี่ปุ่นที่ทันสมัย หรูหรา อาทิ ย่านโอโมเตะซานโดะ และร็อปปองงิ หรือเหมือน "ปารีส" โดยมีทั้งวัฒนธรรม ศิลปะ ไลฟ์สไตล์ ที่มีความซับซ้อนของความเป็นเมืองสูง

การพัฒนามีความครบวงจรของการใช้ชีวิต สร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขันให้กับทั้ง 3 โครงการเป็นบริเวณที่ไม่มีคู่แข่งทางตรงในรัศมี 10 กิโลเมตร จรดเดอะมอลล์ บางกะปิ และเซ็นทรัล บางนา ขณะที่นักท่องเที่ยวมาไทยอยู่กรุงเทพฯ 3-4 วัน จะเลือกแหล่งที่ครบวงจร ทันสมัย และแตกต่าง เป็นการตอบโจทย์ลูกค้าเป้าหมายหลักนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เชื่อม 3 ชอปปิงมอลล์ 6.5 แสนตร.ม.

นางสาวศุภลักษณ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ยากของการพัฒนาโครงการมาสเตอร์พีซครั้งนี้ คือ การรวบรวมที่ดินแต่ละแปลงใช้เวลานาน 4-5 ปี ยิ่งเป็นแปลงใหญ่ขนาด 20-30 ไร่ ใจกลางเมือง ท่ามกลางคู่แข่งนักพัฒนาที่ดินจำนวนไม่น้อยต่างสนใจ

ทั้ง 3 โครงการจะแตกต่างในคอนเซปต์ โดย "ดิ เอ็มโพเรียม" ที่สุดแห่งความมีระดับ (The Ultimate Shopping Complex) พื้นที่รวม 2 แสนตร.ม. ใช้งบ 1,500 ล้านบาท ปรับโฉมใหม่ทั้งภายในและภายนอกหรูหรา ทันสมัย ขณะที่ "ดิ เอ็มควอเทียร์" เป็นมิติใหม่ของรูปแบบชีวิตที่ไม่ธรรมดา (The Extraordinary Life) พื้นที่รวม 2.5 แสนตร.ม. ประกอบด้วย อาคารศูนย์การค้า สำนักงาน สถานที่จัดกิจกรรมและสันทนาการต่างๆ พร้อมสวนธรรมชาติ การปรับปรุง ดิ เอ็มโพเรียม กำหนดแล้วเสร็จพร้อมเปิดบริการปลายปี 2557

ส่วน "ดิ เอ็มสเฟียร์" เป็นความเร้าใจใหม่ของกรุงเทพฯ (The Vibe of Bangkok Has Never Experienced Before) ในคอนเซปต์โครงการที่เหนือความคาดหมายและไม่เคยปรากฏมาก่อน เสริมความแข็งแกร่งให้ย่านสุขุมวิทเมื่อเปิดให้บริการในปี 2559 โดยมีพื้นที่ 2 แสนตร.ม.

"ดิ เอ็มโพเรียม ดิ เอ็มควอเทียร์ และ ดิ เอ็มสเฟียร์ เป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่จะทำให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครที่ทั่วโลกต้องจับตามอง เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการชอปปิง และท่องเที่ยวในเอเชีย"

5 ปีดันรายได้ทะลุแสนล้าน

ผู้บริหารเดอะมอลล์ กล่าวต่อว่า 3 โครงการมาสเตอร์พีซจะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันรายได้ของกลุ่มเดอะมอลล์ ทะลุ 1 แสนล้านบาท ใน 5 ปีข้างหน้า จากสิ้นปีนี้คาดปิดรายได้ 4.8 หมื่นล้านบาท เติบโต 5-7% จากปีที่ผ่านมา

ต้นปีหน้าเดอะมอลล์เตรียมประกาศแผนพัฒนาโครงการ 5-6 แห่ง รวมทั้งโครงสร้างผู้บริหารใหม่ ที่ผ่านมาดึงผู้บริหาร "มืออาชีพ" ระดับกลาง-บน เข้าร่วมงานกว่า 100 คน ทั้งด้านก่อสร้าง วางแผน-พัฒนาธุรกิจ อีคอมเมิร์ซ ฯลฯ รองรับการขยายธุรกิจต่อเนื่องในอนาคต

"เป็นการปรับโครงสร้างบริหารใหญ่ในรอบสิบๆ ปีของเดอะมอลล์กรุ๊ป ที่พร้อมรุกขยายธุรกิจในไทย เชื่อยังมีโอกาสธุรกิจสูง เรายังไม่มองต่างประเทศในเวลานี้"

ปั้น "มิดทาวน์" เจาะเศรษฐกิจเก่า-ใหม่

ด้าน นายเกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ประธานกรรมการ บริษัท ดิ เอ็มโพเรียม กรุ๊ป จำกัด กล่าวเสริมว่า ในอนาคตย่านการค้าสุขุมวิท หรือย่านเอ็มโพเรียมนี้จะถูกพัฒนาเปลี่ยนแปลงเป็นแรงส่งการเติบโตทางธุรกิจและเศรษฐกิจไทย

"หากสยาม คือ ดาวน์ทาวน์ ย่านเอ็มโพเรียมจะเป็นมิดทาวน์ของไทย รองรับกำลังซื้อบรรดาเศรษฐีเก่า-ใหม่ และนักท่องเที่ยวทั่วโลก"

สำหรับ 3 โครงการ มีองค์ประกอบของแฟชั่น ลักชัวรี เทคโนโลยี เฮลธ์แอนด์บิวตี้ ลิฟวิ่ง และไลฟ์สไตล์ จากแบรนด์เนมไทยและระดับโลกกว่า 1,000 แบรนด์ ในคอนเซปต์ล่าสุด เปิดตัวครั้งแรกในเอเชีย เป็นศูนย์รวมไดนิ่งและแฮงเอาท์ สำหรับลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะมีพื้นที่ธรรมชาติรองรับวิถีชีวิตคนเมืองด้วย

เซ็นทรัลเร่งสยายปีก

ด้าน นายอลิสเตอร์ เทย์เลอร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด เปิดเผยว่า เตรียมงบ 1,500-1,700 ล้านบาท ขยายเครือข่ายร้านซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างน้อย 60 แห่งปีหน้า จำนวนนี้เป็นร้านท็อปส์ เดลี่ 24 แห่ง ผลักดันการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก จากปีนี้คาดปิดยอดขาย 3 หมื่นล้านบาท เติบโตเกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้

"พฤติกรรมลูกค้าต้องการคุณภาพ ความปลอดภัยของอาหาร ลูกค้าเดินทางมากขึ้นได้ประสบการณ์แปลกใหม่กลับมาไทยก็อยากได้สินค้าหรือบริการนั้นๆ ต่อสอดรับยุทธศาสตร์ธุรกิจของท็อปส์เน้นนำเข้านวัตกรรมสินค้าใหม่ ทำให้ตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตขยายตัวสูง"

ส่งแฟมิลี่มาร์ทเสียบท็อปส์เดลี่

พร้อมกันนี้ได้ทยอยปรับร้าน "ท็อปส์ เดลี่" ขนาดพื้นที่ 150-250 ตร.ม. 74 สาขา เป็นร้านสะดวกซื้อ "แฟมิลี่มาร์ท" ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจค้าปลีกเครือเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น

"ท็อปส์ เดลี่" มุ่งสร้างการรับรู้และตอกย้ำความเป็นร้านค้าปลีกมินิซูเปอร์มาร์เก็ต จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 5,000 รายการ ภายในสิ้นปีนี้ ท็อปส์ เดลี่ จะใช้งบ 12 ล้านบาท เปิดสาขาใหม่ 2 แห่ง คาดสิ้นปีนี้จะมีร้านซูเปอร์มาร์เก็ตในเครือ 121 สาขา ในอนาคตท็อปส์และแฟมิลี่มาร์ท จะร่วมมือทำตลาดร่วมกันมากขึ้น

แฟมิลี่มาร์ททุ่มพันล้านปูพรม

นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล แฟมิลี่มาร์ท จำกัด กล่าวว่า ปีหน้ามีแผนขยายสาขาใหม่มากกว่า 200 สาขา ภายใต้งบลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท มั่นใจปี 2558 จะมีสาขาไม่ต่ำกว่า 3,000 แห่งตามเป้า

หลังเซ็นทรัลรีเทลเข้าบริหารกิจการแฟมิลี่มาร์ท มุ่งขยายสาขา โดยสาขาใหม่เปิดให้บริการในทำเลที่ยังไม่เคยมีร้านแฟมิลี่มาร์ทเปิดบริการมาก่อน เช่น เชียงใหม่ พังงา นครศรีธรรมราช สงขลา ฯลฯ คาดสิ้นปีนี้แฟมิลี่มาร์ท จะมีเกินกว่า 1,000 แห่ง