วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

STEC - ซื้อ

แจ้งกำไรสุทธิ 3Q56 เพิ่มขึ้น 40%qoq และ 26%yoy

STEC แจ้งกำไรสุทธิ 3Q56 ที่ 387 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 40%qoq และ 26%yoy มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากงานก่อสร้างและบริการซึ่ง 3Q56 มีรายได้ที่ 6,179 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 33%qoq และ7%yoy นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายจากการขายและบริหารลดลงเนื่องจากไม่มีรายจ่ายพิเศษจำนวน 50 ล้านบาทเหมือน 2Q56 และเมื่อรวม 9 เดือนแรก STEC มีกำไรสุทธิที่ 1,067 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 21%yoy และคิดเป็น 80%ของประมาณการณ์ทั้งปีส่วนแนวโน้ม 4Q56 คาดกำไรสุทธิจะยังใกล้เคียงกับ 3Q56 ดังนั้นทั้งปีจึงประมาณการณ์ตามเดิมโดยเราคาดกำไรสุทธิปีนี้ประมาณ 1,327 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 14%yoy ส่วนปี 57 คาดกำไรสุทธิโตต่อเนื่องจากแรงหนุนของรายได้ที่เพิ่มขึ้นซึ่งมาจาก Backlog ที่มีอยู่กว่า 6.4 หมื่นล้านบาทโดยเราคาดกำไรสุทธิปี 57 ประมาณ 1,456 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 10%yoy คงคำแนะนำ “ซื้อ”เป้าปี 57: 26.65 บาท

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
-แจ้งกำไรสุทธิ 3Q56 เพิ่มขึ้น 40%qoq และ 26%yoy : STEC แจ้งกำไรสุทธิ 3Q56 ที่ 387 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 40%qoq และ26%yoy กำไรสุทธิที่กลับมาเพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY มาจาก 1) รายได้จากงานก่อสร้างและบริการเพิ่มขึ้นเป็น 6,179 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 33%qoq และ7%yoy 2)ค่าใช้จ่ายจากการขายและบริหารลดลง 27%qoq และ 3%yoy เนื่องจากไตรมาสนี้บริษัทไม่มีผลขาดทุนจากตราสารหนี้ต่างประเทศจำนวน 50 ล้านบาทเหมือน 2Q56 และ 3)มีอัตราภาษีจ่ายลดลงจาก 21% ใน 3Q55 และ 25.5% ใน 2Q56 เหลือเพียง 20.5% ในไตรมาสนี้ ซึ่งทั้ง 3 ปัจจัยช่วยชดเชยผลกระทบจากการลดลงของความสามารถในการทำกำไรซึ่ง STEC มี GPM เฉลี่ยใน 3Q56 ที่ 8.78% ลดลงจาก10.7% ในไตรมาสที่ผ่านมา

-คงประมาณการณ์กำไรสุทธิปีนี้ตามเดิมโดยคาดว่าจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ : เมื่อรวม 9M56 STEC มีกำไรสุทธิที่ 1,067 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 21%yoy และคิดเป็น 80%ของประมาณการณ์ทั้งปี ส่วน 4Q56 คาดกำไรสุทธิยังทรงตัวใกล้เคียงกับ 3Q56 ดังนั้นในส่วนของประมาณการณ์ทั้งปีเราจึงคงคาดการณ์กำไรสุทธิในปีนี้ตามเดิมที่ 1,327 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 14%yoyและนับเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่จัดตั้งบริษัทมาส่วนแนวโน้มผลประกอบการปี 57 คาดกำไรสุทธิจะยังเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยมีปัจจัยหนุนจากการรับรู้รายได้ของงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบัน STEC มีงานในมือ Backlog ประมาณ 6.4 หมื่นล้านบาทสามารถรองรับการขยายตัวของรายได้ไปอีก 2-3 ปี