ประเด็นการเมืองที่ร้อนแรง..ส่งผลกระทบต่อกลุ่มที่อยู่อาศัยและนิคมฯ
- ประเด็นการเมืองส่งผลกระทบต่อภาพรวมของกลุ่ม
ประเด็นการเมืองที่ร้อนแรงถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่กดดันแนวโน้มการเติบโตของภาวะเศรษฐกิจ ที่อาจถดถอยลงจากเดิมกว่าที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนคาดอัตราการเติบโตปี2556 อาจลดลงกว่าเดิมที่จะอยู่ระหว่าง 3.5% – 3.8% ซึ่งความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับลดจากภาวะเศรษฐกิจ จะมีผลกระทบต่อแรงซื้อกลุ่มที่อยู่อาศัยส่งผลต่อยอดขายทั้งปี รวมถึงการตัดสินลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศในการลงทุนซื้อทีดินในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งจะมีผลต่อการรับรู้รายได้ในอนาคต ทำให้เราปรับน้ำหนักการลงทุนของทั้ง 2 กลุ่ม จากเดิม มากกว่าตลาด เป็น “เท่ากับตลาด”
- กลุ่มที่อยู่อาศัยกับ 3 ปัจจัยเสี่ยง
กลุ่มที่อยู่อาศัยมีปัจจัยเสี่ยงต่อการรับรู้รายได้ที่เกิดจาก (1)การเลือนโอนกรรมสิทธิ์จากงานในมือที่ทำได้น้อยกว่าคาด จากการพิจารณาของ EIA ที่ใช่เวลาเพิ่มมากขึ้นซึ่งบริษัทที่ได้รับผลกระทบที่ผ่านมาคือ LPN และ SIRI โดยจะเห็นผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนวิธีการก่อสร้างคอนโดมีเนียมจากเดิม เปิดโครงการขายพร้อมการขอพิจารณาจาก EIA เป็น เปิดขายโครงการหลังการพิจารณา EIA ผ่านแล้วเสร็จ (2)การโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงเวลาเดียวกันของผู้ประกอบการหลายรายในช่วง 4Q56 อาจทำให้หน่วยงานราชการ(กรมที่ดิน) ดำเนินการได้ล่าช้าทำให้การรับรู้รายได้น้อยกว่าที่คาด และ (3)การชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจมีผลต่อแรงซื้อที่หดตัวและตัดสินใจซื้อที่ใช้เวลาเพิ่ม
- หุ้น Top pick เลือก SPALI PS LH
จากความเสี่ยงที่อาจมีผลกระทบต่อยอดขายและรับรู้รายได้อาจไม่เป็นตามคาด จากประเด็นเด่นของบริษัทที่เราเลือกลงทุน แนะนำ “ซื้อ” คือ SPALI จากงานในมือระดับสูงคิดเป็น 85% ของประมาณการรายได้ ทำให้มีความเสี่ยงต่ำจากรายได้ที่อาจรับผลกระทบจากยอดขายภายในปี 57 ที่ไม่เป็นตามคาด และ LH จากสินค้าที่ได้รับการตอบรับดีในภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ โดยใน 3Q56 สร้างยอดขายสูงเป็นประวัติการณ์ และกำไรส่วนเพิ่มจากแผนการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอสังหาฯที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้น รวมถึง PS จากแผนรับรู้รายได้ใน 4Q56 ที่มีงานในมือรองรับถึง 100% ของประมาณการทำให้มีเสี่ยงจากการปรับลดรายได้น้อย แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”









