ทริสคาดภาคก่อสร้าง 3 ปีข้างหน้าจะโต 5-7% ต่อปี อานิสงส์ลงทุนภาครัฐที่จะเริ่มขึ้นได้ในปีหน้า
ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตให้แก่บริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ 4 บริษัท ซึ่งประกอบด้วย บริษัทบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น บริษัท ช. การช่าง บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น และ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ซึ่งมีสินทรัพย์รวมกันมากกว่า 70% ของบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยคาดว่าในระยะ 3 ปีข้างหน้าแนวโน้มการขยายตัวของโครงการก่อสร้างในประเทศไทยจะมีอัตราการขยายตัวที่แท้จริงประมาณ 5-7% ต่อปี จากโครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของภาครัฐ (หรือที่เรียกว่า โครงการ 2 ล้านล้านบาท) รวมทั้งโครงการบริหารจัดการน้ำวงเงิน 350,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองโครงการนี้คาดว่าน่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมในปี 2557 เป็นต้นไป และน่าจะทำให้อุตสาหกรรมก่อสร้างโดยรวมมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2% ต่อปี นั่นคือทำให้อัตราการขยายตัวของอุตสาหกรรมนี้สูงถึง 10-12% ต่อปี หลังจากโครงการเริ่มขึ้น
ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งในระดับของผู้ประกอบการธุรกิจ และในระดับของครัวเรือนจากภาระหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงในกรณีที่เกิดการผกผันของภาวะเศรษฐกิจซึ่งอาจจะทำให้การลงทุนชะงักงันได้ แม้ว่าในระยะสั้นผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงได้รับประโยชน์จากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถรับภาระจากการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ได้
"การขยายตัวของอุตสาหกรรมการก่อสร้างโดยรวมของประเทศไทยในช่วง 3 ปีข้างหน้าจะอยู่ที่ระดับ 5-7% ต่อปี โดยจะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับการแกว่งตัวของการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงเวลาเดียวกัน แต่การขยายตัวน่าจะมีความผันผวนมากกว่า ซึ่งเป็นไปตามรูปแบบที่เคยเป็นมาในอดีต"
ทั้งนี้การได้รับงานก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคของรัฐบาลหลายโครงการในอนาคต คาดว่าจะทำให้บริษัทรับเหมารายใหญ่มีรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกันมีแนวโน้มที่จะมีภาระหนี้สูงเมื่อเทียบกับบริษัทรับเหมาก่อสร้างทั่วไปเนื่องจากเงินลงทุนที่ต้องใช้จำนวนมากจากการลงทุนโครงการใหม่ ๆ เช่น ในกรณีของ อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ บริษัท ช. การช่าง ที่ได้มีการขยายการลงทุน และการทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างไปในต่างประเทศเพื่อชดเชยการลงทุนในประเทศช่วงที่ภาวะการลงทุนชะลอตัว
ในปัจจุบันปัญหาที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างส่วนใหญ่เผชิญอยู่ได้แก่ ปัญหาการขาดแคลนแรงงานก่อสร้าง และปัญหาการขึ้นค่าแรงงานตามนโยบายการขึ้นอัตราการจ้างงานขั้นต่ำ ซึ่งต้นทุนค่าแรงงานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 3 ของต้นทุนการก่อสร้าง แม้ว่าบางแห่งจะมีแรงงานก่อสร้างของตนเองอยู่แล้ว แต่บางแห่ง ซึ่งส่วนมากเป็นบริษัทขนาดกลางถึงขนาดเล็กอาจไม่มีแรงงานก่อสร้างของตนเอง และมักใช้บริการของบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดเล็กให้รับช่วงงานก่อสร้างอีกทอดหนึ่ง ซึ่งในปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน จึงอาจทำให้มีผลกระทบถึงความสามารถในการทำงานได้ตามเป้าหมาย รวมทั้งการขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่มีผลมาตั้งแต่ต้นปีนี้ เป็นต้นมา ยังทำให้ต้นทุนแรงงานสูงขึ้นมากถึง 40% บางจังหวัด ทำให้ต้นทุนแรงงานในต่างจังหวัดสูงขึ้นมาก








