วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อิเล็กทรอนิกส์ญี่ปุ่นหาทางคืนสู่ยุครุ่งโรจน์

อิเล็กทรอนิกส์ญี่ปุ่นหาทางคืนสู่ยุครุ่งโรจน์ ดำเนินการปรับโครงสร้างเพื่อแก้ปัญหาการขาดทุนและต้องรับมือกับธุรกิจโทรทัศน์ที่ให้ส่วนต่างกำไรต่ำ

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา บรรดาบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของญี่ปุ่น ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างเพื่อแก้ปัญหาการขาดทุนและต้องรับมือกับธุรกิจโทรทัศน์ที่ให้ส่วนต่างกำไรต่ำ สภาพการณ์ดังกล่าวสวนทางกับบริษัทอย่างแอ๊ปเปิ้ลกับซัมซุง ที่ผลประกอบการพุ่งลิ่วเพราะธุรกิจสมาร์ทโฟนไปได้สวย

สัปดาห์นี้ บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่นได้เริ่มรายงานผลประกอบการ อย่างโซนี่ที่เคยเป็นผู้นำในตลาดโลก รายงานการขาดทุนสุทธิ 15,800 ล้านเยนช่วงเดือนเม.ย.-ก.ย. พร้อมลดการคาดหมายสำหรับทั้งปีลง 40% โดยให้เหตุผลว่ายดขายกล้องดิจิทัล คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และโทรทัศน์ลดลง

ตัวเลขขาดทุนล่าสุดของโซนี่นับว่าดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 40,100 ล้านเยน

โซนี่เผชิญปัญหาหลังจากผู้บริโภคหันไปใช้สมาร์ทโฟนในการถ่ายรูป ส่วนธุรกิจภาพยนตร์ของบริษัทก็อ่อนแอกว่าที่คาดไว้

นายคาสุโอะ ฮิราอิ ผู้บริหารของโซนี่ ยืนยันแผนที่จะคงธุรกิจภาพยนตร์ไว้ เพราะมองว่าเป็นธุรกิจที่สำคัญมากสำหรับกลุยทธ์โดยรวมของโซนี่ กรุ๊ป และเป็นเสาหลักหนึ่งในสี่ของอนาคตบริษัท

โซนี่ฝากความหวังไว้ที่ยอดขายเกมคอนโซลเพลย์สเตชัน 4 ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวปลายปี ว่าจะแข็งแกร่ง ขณะที่คู่แข่งอย่างนินเทนโดและไมโครซอฟท์ก็กระโดดลงมาชิงส่วนแบ่างในธุรกิจที่มีมูลค่าปีละ 44,000 ล้านดอลลาร์นี้ด้วย

ในวันเดียวกัน พานาโซนิคระบุว่าการยกเครื่องบริษัทครั้งใหญ่และอ่อนค่าลงอย่างมากของเงินเยน เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้บริษัทกลับมาทำกำไรได้หลังจากขาดทุนมาหลายไตรมาส โดยพานาโซนิคฟื้นกลับมาได้กำไรในช่วง 6 เดือนถึงเดือนก.ย. พร้อมเพิ่มการคาดหมายสำหรับทั้งปี หลังจากขาดทุนรวมกัน 15,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 2 ปีงบประมาณที่ผ่านมา

บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 169,300 ล้านเยนช่วงเดือนเม.ย.-ก.ย. ซึ่งเป็นการพลิกกลับจากการขาดทุนสุทธิ 685,200 ล้านเยนเมื่อปีก่อน ทั้งยังคาดการณ์ว่าจะมีกำไรสุทธฺ 100,000 ล้านเยนในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมี.ค.

นอกจากนั้น พานาโซนิคยังกล่าวว่าจะถอนตัวออกจากตลาดสมาร์ทโฟนเพื่อผู้บริโภค หลังจากต้องเผชิญการแข่งขันอย่างดุเดือด พร้อมยืนยันว่าจะยุติการผลิตจอโทรทัศน์พลาสมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า สอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรม ซึ่งฮิตาชิและไพโอเนียร์ก็ออกจากตลาดจอโทรทัศน์พลาสมาเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้

นักวิเคราะห์แห่งเอสเอ็มบีซี นิกโก ซีเคียวริตีส์ เตือนว่าผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินเยนจะเริ่มหายไปในครึ่งหลังของปีงบประมาณ อันจะกระทบต่อผลกำไรภาคธุรกิจ

ด้านชาร์ป รายงานว่าการขาดทุนสุทธิช่วงครึ่งปีแรกลดลงมาก เหลือ 4,330 ล้านเยน ได้อานิสงส์จากความต้องการจอภาพแอลซีดีที่แข็งแกร่งซึ่งใช้ในสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตคอมพิวเตอร์ รวมถึงจอพลังแสงอาทิตย์

นอกจากนั้น ชาร์ปยังได้ประโยชน์จากการลดต้นทุนแรงงานและต้นทุนค่าใช้จ่ายอื่นๆ พร้อมกับควบคุมการใช้จ่ายด้านทุน

ตัวเลขขาดทุนล่าสุดนี้ลดลงมากจาก 387,000 ล้านเยนเมื่อปีก่อนในช่วงที่บริษัทดำเนินการปรับโครงสร้างอันเจ็บปวด พร้อมกันนี้บริษัทคงตัวเลขคาดการณ์แนวโน้มสำหรับทั้งปีที่สิ้นสุดเดือนมี.ค.ปีหน้า พร้อมคาดว่าจะกลับมาทำกำไร โดยชาร์ปคาดว่ารายได้สุทธิทั้งปีจะอยู่ที่ 5,000 ล้านเยน ส่วนกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 80,000 ล้านเยน และคาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้น 8.9% เป็น 2.7 ล้านล้านเยน