วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

3 ยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นเผยผลประกอบการ

3 ยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่น"โซนี-ชาร์ป-บราเวีย"เผยผลประกอบการ

"โซนี"ยักษ์ใหญ่อิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่น แถลงว่า มีผลขาดทุนสุทธิ 160 ล้านดอลลาร์ในรอบ 6 นับถึงเดือนก.ย. พร้อมปรับลดคาดการณ์รายได้ของทั้งปีอีก 40%

ผู้ผลิตโทรทัศน์บราเวียและเครื่องเกมเพลย์สเตชั่น ระบุว่า บริษัทขาดทุน 15,800 ล้านเยนในช่วงเวลาดังกล่าว ขาดทุนลดลง 40,100 ล้านเยนในช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับปีงบการเงินนับถึงเดือนมี.ค. โซนีได้ปรับลดแนวโน้มผลกำไรเหลือ 30,000 ล้านเยนจาก 50,000 ล้านเยน เนื่องจากเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์จากความต้องการที่ซบเซาในธุรกิจกล้องดิจิทัล คอมพิวเตอร์พีซี และโทรทัศน์ นอกจากนี้ ธุรกิจภาพยนตร์ของบริษัทยังมีผลประกอบการต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

ขณะที่ "ชาร์ป" ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อีกรายของญี่ปุ่นก็รายงานว่าผลขาดทุนสุทธิในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบการเงินลดลงอย่างมากเหลือ 44 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากยอดขายที่แข็งแกร่งและการลดต้นทุนกระตุ้นผลประกอบการ

ชาร์ป เปิดเผยว่า บริษัทขาดทุน 4,330 ล้านเยน ในเดือนเม.ย.-ก.ย. น้อยกว่าผลขาดทุนปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 387,000 ล้านเยน เนื่องจากปีนี้บริษัทได้ดำเนินการปรับโครงสร้าง

บริษัทระบุว่า การฟื้นตัวครั้งนี้เกิดจากยอดขายที่แข็งแกร่งของจอแอลซีดีที่ใช้กับสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต รวมถึงแผลงพลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าลดคนงานและต้นทุนด้านอื่น ๆ พร้อมทั้งควบคุมการใช้จ่ายเงินทุน

ด้านยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นอีกรายอย่าง "พานาโซนิค" แถลงว่า บริษัทกลับมามีกำไรในช่วง 6 เดือนนับถึงเดือนก.ย. และปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ของทั้งปีอีกสองเท่า ได้แรงหนุนจากเงินเยนอ่อนค่าและการลดต้นทุนระหว่างที่ทำการยกเครื่องบริษัทครั้งใหญ่

พานาโซนิค ระบุว่า มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 169,300 ล้านเยนในช่วงเวลาดังกล่าว ตรงข้ามกับปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 685,200 ล้านเยน

พานาโซนิค ซึ่งฟื้นตัวจากการขาดทุนรวมสูงถึง 15,000 ดอลลาร์ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์สำหรับปีงบบการเงินนับถึงเดือนมี.ค. 2557 โดยคาดว่าจะมีผลกำไรสุทธิ 100,000 ล้านเยนจากการคาดการณ์ครั้งก่อนที่คาดว่าจะอยู่ที่ 50,000 ล้านเยน นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่ายอดขายรายปีจะอยู่ที่ 7.4 ล้านล้านเยน เทียบกับ 7.2 ล้านล้านเยนที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมกับคาดว่าจะมีผลกำไรจากการดำเนินงานทั้งปีอยู่ที่ 270,000 ล้านเยน จากที่เคยคาดว่าจะอยู่ที่ 250,000 ล้านเยน