วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บลจ.พาเหรดลงทุนนอก กสิกรฯลุยหุ้นเอเชีย

บลจ.กสิกรไทยเตรียมส่ง “กอง K-ASIA” ลุยหุ้นขนาดเล็กในเอเชีย ชูเศรษฐกิจแกร่ง-กำไรแนวโน้มเติบโตดี 20% ต่อปี ในช่วง 3 - 5 ปี ข้างหน้า

นายนาวิน อินทรสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอขาย “กองทุนเปิดเค เอเชียน สมอลเลอร์ หุ้นทุน (K-ASIA)” ระหว่างวันที่ 31 ต.ค. - 6 พ.ย. 56 โดยจะนำเงินที่ระดมทุนได้ไปลงทุนในกองทุน Templeton Asian Smaller Companies ซึ่งบริหารจัดการโดย Franklin Templeton Investment ซึ่งนำทีมบริหารโดยมาร์ค โมเบียส กูรูการลงทุนแบบหุ้นคุณค่าในตลาดหุ้นเกิดใหม่ โดยกองทุนหลักนี้ได้รับการจัดอันดับ 5 ดาว จาก Morningstar โดยหุ้นที่จะเข้าลงทุนนั้นจะมีมูลค่าตลาดเฉลี่ยตั้งแต่ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป หรือประมาณ 6หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่ามีขนาดและสภาพคล่องที่ดีพอสมควรและจะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีอัตราการเติบโตสูง (Growth Stock) ที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15 - 20% ต่อปี โดยกองทุนหลักจะเน้นการคัดเลือกหุ้นเพื่อถือลงทุนในระยะยาว 3 - 5 ปี เป็นสำคัญ ในส่วนของประเด็นการลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เมื่อหมดไปตลาดคงต้องกลับมาดูที่พื้นฐานและกำไรบริษัทจดทะเบียนกันอีกครั้ง

"เอเชียเองยังมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจของเอเชียจะโตได้ 6.3% และ 6.5% ในปี56 และ 57 ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่โตเฉลี่ยประมาณ 2% นั่นจะส่งผลบวกต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดเอเชียด้วยเช่นกัน นอกจากนี้เอเชียยังมีการค้าระหว่างกันเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ตลอดจนแนวโน้มการขยายตัวของชนชั้นกลางจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้เอเชียอย่างมาก”นายนาวินกล่าว

ปัจจุบันหุ้นขนาดเล็กที่จดทะเบียนในเอเชียที่มีมูลค่าต่ำกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ ยังมีมากถึง 1.6 หมื่นตัว มีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ย 22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน เมื่อเทียบหุ้นขนาดกลางขึ้นไปที่มีเพียงประมาณ 1 พันหลักทรัพย์เท่านั้น การลงทุนในหุ้นขนาดเล็กจึงช่วยเพิ่มโอกาสในการคัดเลือกหุ้นที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าปกติได้

นอกจากนี้ปัจจุบันระดับราคาหุ้นขนาดเล็กยังต่ำโดยดัชนี MSCI Asia Ex-Japan Cap อยู่ที่ 17.59 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาว 10 ปี ที่ 21.5 เท่า โดยคาดว่าผลกำไรของบริษัทขนาดเล็กในเอเชียในระยะยาว 3 - 5 ปี ยังจะเติบโตได้เฉลี่ยในระดับ 20% ต่อปี ซึ่งถือเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าลงทุน หลังประเมินว่าในปีหน้าเองผลตอบแทนจากตลาดหุ้นสหรัฐอาจจะเริ่มลดลง ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปน่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นจากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัว ในส่วนของเอเชียเองยังเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตสูงทั้งในแง่ของเศรษฐกิจ และกำไรบริษัทจดทะเบียนยังคงเป็นภูมิภาคที่เงินลงทุนต่างชาติยังมองเป็นเป้าหมายการลงทุนอยู่

"เงินลงทุนต่างชาติเองยังคงมองเป้าหมายในเอเชียแต่คงจะเลือกจุดที่มีศักยภาพในการเติบโตด้วยเช่นกัน ในส่วนของบริษัทเองก็มีแผนจะออกกองทุนต่างประเทศเพิ่มเติมที่อยู่ในแผนก็มีกองทุนหุ้นญี่ปุ่นที่จะไปลงทุนในดัชนีหุ้นญี่ปุ่นแต่ยังไม่สรุปว่ารูปแบบจะออกมาในลักษณะใดคาดว่าน่าจะออกได้ในช่วงต้นปีหน้า รวมถึงสนใจจะออกกองหุ้นลาตินอเมริกาซึ่งเป็นภูมิภาคที่บริษัทยังไม่มีกองทุนนำเสนอเป็นทางเลือกนักลงทุนด้วยเช่นกัน แต่คงยังไม่ได้รีบร้อนในส่วนนี้ ภาพการลงทุนในตลาดโลกยังมีแนวโน้มผันผวนดังนั้นการกระจายการลงทุนไปในต่างประเทศบ้างน่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า"

นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.กรุงศรี กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเปิดเสนอขาย “กองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ 6M77(KFFIX6M77)” ขาย 29 ต.ค. -4 พ.ย. 56 นี้ อายุประมาณ 6 เดือน มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อช่วยเพิ่มผลตอบแทนให้กับนักลงทุนที่ปัจจุบันอัตราผลตอบแทนในประเทศยังทรงตัวอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ โดยคาดว่าอัตราผลตอบแทนจะอยู่ประมาณ 3.00% ต่อปี กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน และหลังครบกำหนดอายุโครงการบริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติและสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารเงิน (KFCASH) ซึ่งเป็นกองทุนรวมตลาดเงิน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนต่อไป