"จันทร์25" แจงช่อง7 ส่งหนังสือให้"ถอนตัว"ประมูลทีวีดิจิทัล เปิดทางเลือก"ขายหุ้น"คืนบีบีทีวี หวั่นขัดหลักเกณฑ์ ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน
หลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดจำหน่ายเอกสาร (ซอง) ประมูล "ทีวีดิจิทัล" ประเภทธุรกิจ 24 ช่อง ไปเมื่อวันที่ 10-12 ก.ย. ที่ผ่านมา ประกอบด้วยช่องเอชดี 7 ช่อง ราคาเริ่มต้นรประมูลช่องละ 1,510 ล้านบาท ,วาไรตี้ 7 ช่อง ราคาเริ่มต้นช่องละ 380 ล้านบาท ,ข่าว 7 ช่อง ราคาเริ่มต้นช่องละ 220 ล้านบาท และเด็ก 3 ช่อง ราคาเริ่มต้นช่องละ 140 ล้านบาท โดยมีผู้สนใจซื้อซองจำนวน 33 บริษัท รวม 49 ซอง
เมื่อวันที่ 4 ต.ค. สำนักงาน กสทช. ได้จัดประชุมชี้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการขอรับใบอนุญาต "ทีวีดิจิทัล" รอบแรก โดยมีผู้ซื้อซองทั้ง 33 บริษัทเข้ารับฟังการชี้แจ้ง ซึ่งกระบวนการหลังจากนี้ ในวันที่ 9-11 ต.ค.นี้ จะเปิดให้ผู้ซื้อซองสอบถามข้อมูลเป็นรายบริษัท จากนั้นในวันที่ 15 ต.ค.นี้ จะเปิดชี้แจ้งโดยภาพรวมให้กับผู้ซื้อซองทั้งหมด และชี้แจ้งครั้งสุดท้ายในวันที่ 22 ต.ค.นี้
จากนั้นจะเป็นขั้นตอนสำคัญการยื่นซองในวันที่ 28-29 ต.ค.นี้ และกำหนดกรอบเวลาประมูลอย่างเร็วในช่วงกลางเดือน ธ.ค.ปีนี้ และอย่างช้ากลางเดือนม.ค.57
ถกเกณฑ์ถือหุ้นร่วมกันไม่เกิน10%
ในการชี้แจ้งข้อมูล การกรอกและยื่นเอกสาร ผู้ซื้อซองส่วนใหญ่มีความกังวง เรื่องการกรอกเอกสาร ที่อาจเข้าข่ายผิดขั้นตอนและถูกตัดสิทธิการประมูล
นอกจากนี้ประเด็นที่มีการสอบถาม กสทช. คือหลักเกณฑ์เรื่องการถือครองหุ้นและการมีอำนวจควบคุมและผลประโยชน์ร่วมกันของผู้เข้าร่วมประมูล ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนดให้ บริษัทที่เข้าร่วมประมูลในประเภทใบอนุญาตเดียวกัน ห้ามมีผู้ถือหุ้นร่วมกันเกิน 10%
เช่นกรณีการซื้อซองประมูล "ช่องเอชดี" มีรายชื่อ บริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (บีบีทีวี) ผู้บริหารช่อง7 ซึ่งมีนางสุรางค์ เปรมปรีดิ์และคู่สมรส ถือหุ้นรวม 21% นอกจากนี้ยังมี บริษัทจันทร์ 25 จำกัด ซึ่งมีนางสุรางค์ เปรมปรีดิ์ เป็นผู้ถือหุ้น 99% ซื้อซองประมูลช่องเอชดีเช่นกัน
หากทั้งบริษัทบีบีทีวี และจันทร์ 25 ยื่นซองประมูลในวันที่ 28-29 ต.ค.นี้ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้น จะเข้าข่ายผู้ประมูลที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน และอาจถูกพิจารณาตัดสิทธิการประมูล ทั้ง 2 บริษัท
ช่อง7ส่งหนังสือแจ้ง"จันทร์25"ถอนตัว
นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัทจันทร์ 25 จำกัด เปิดเผยว่าหลังจากจันทร์ 25 ซึ่งมีนางสุรางค์ เปรมปรีดิ์ เป็นเจ้าของและถือหุ้น 99% ได้ซื้อซองประมูลทีวีดิจิทัล ประเภทเอชดี ในวันสุดท้ายของการจำหน่ายซอง วันที่ 12 ก.ย. หลังจากนั้นในวันเดียวกัน บริษัทบีบีทีวี ได้ส่งหนังสือมายังบริษัทจันทร์ 25 เพื่อขอ "ไม่ให้จันทร์ 25" เข้าร่วมประมูล หรือให้นางสุรางค์ ขายหุ้นในบีบีทีวีออก เพื่อให้เหลือสัดส่วนการถือหุ้นไม่เกิน 10% และไม่ขัดต่อหลักเกณฑ์การเป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน ตามประกาศหลักเกณฑ์การประมูลทีวีดิจิทัล ของกสทช.
"คุณสุรางค์ ได้ตอบหนังสือของบีบีทีวี ว่าจะเข้าร่วมประมูลเพราะเป็นสิทธิพื้นฐานส่วนบุคคลของคุณสุรางค์และจันทร์ 25 เช่นเดียวกับสิทธิในการเข้าร่วมประมูลของช่อง7" นายสุรชัย กล่าว
บริษัทจันทร์ 25 มีความตั้งใจเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัล และต้องการดำเนินธุรกิจโทรทัศน์ โดยได้ลงทุนสตูดิโอใหม่มูลค่ากว่า 200 ล้านบาทไว้รองรับการผลิตรายการแล้ว และยืนยันจะเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัล รวมทั้งจะ "ไม่ขายหุ้น"ในบีบีทีวี โดยการพิจารณาคุณสมบัติผู้เข้าประมูล กสทช.จะเป็นผู้ตัดสินว่าจะตัดสิทธิรายใด
อย่างไรก็ตามต้องการให้ กสทช. ทบทวนหลักเกณฑ์คุณสมบัติผู้เข้าร่วมประมูล โดยเฉพาะสัดส่วนการถือครองหุ้นที่มีผลประโยชน์ร่วมกันอีกครั้งว่าควรกำหนดไว้ที่สัดส่วนห้ามเกิน 10% หรือไม่
ด้านศรัณย์ วิรุตมวงศ์ กรรมการ บริษัทกรุงเทพโทรทัศนและวิทยุ จำกัด (บีบีทีวี) ซึ่งเป็นตัวแทนบริษัทเข้าร่วมรับฟังการชี้แจ้งขั้นตอนการยื่นซองประมูล กล่าวว่า "ไม่ขอแสดงความคิดเห็นต่อการเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัล เพราะอยู่ในช่วง silence period"
กสทช.ยันใช้เกณฑ์ประมูลเดิม
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการกระจายกเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่าหลักเกณฑ์การประมูลทีวีดิจิทัล เรื่องการถือครองหุ้นของผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน โดยกำหนดให้ผู้เข้าร่วมประมูล ทีวีดิจิทัล ประเภทเดียวกัน ห้ามถือหุ้นร่วมกันเกิน 10% เป็นหลักเกณฑ์ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งผู้เข้าร่วมประมูลจะต้องปฏิบัติตาม โดย กสทช. จะไม่มีการทบทวนหรือแก้ไขประกาศฯ ดังกล่าว
ทั้งนี้ หลังจากเปิดชี้แจ้งข้อมูลและขั้นตอนการยื่นซองวานนี้แล้ว จะเปิดให้ผู้ซื้อซองสอบถามรายบริษัทอีกครั้ง และมีการชี้แจ้งโดยภาพรวมอีก 2 ครั้งก่อนกำหนดยื่นซองในวันที่ 28-29 ต.ค.นี้
สำหรับการจัดสรรทีวีดิจิทัล ประเภทบริการธุรกิจ 24 ช่อง ถือเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม ในการนำเสนอคอนเทนท์ที่มีความหลากหลายและเชื่อว่าผู้ชนะการประมูลจะสามารถประกอบกิจการอยู่รอดได้









