"วราเทพ"ยันรัฐบาลมีแนวทางปรับปรุงโครงการรับจำนำข้าว แต่การลดราคารับจำนำยังไม่ถึงเวลาที่จะดำเนินการในเวลานี้
นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงโครงการรับจำนำข้าวว่ารัฐบาลมีแนวทางในการปรับปรุงโครงการรับจำนำข้าวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีการวางแนวทางไว้ 4 แนวทาง ได้แก่ การลดราคารับจำนำข้าว การลดปริมาณรับจำนำข้าวต่อครัวเรือนเพื่อจำกัดปริมาณข้าวที่จะเข้าโครงการ การลดต้นทุนการผลิตข้าวและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการโครงการ และการควบคุมให้โครงการมีความโปร่งใส โดยแนวทางต่างๆ บางเรื่องก็เป็นสิ่งที่ดำเนินการได้เลย เช่น การปรับปรุงให้โครงการมีความโปร่งใสมากขึ้น และการลดปริมาณรับจำนำต่อครัวเรือนลง อย่างไรก็ตามบางแนวทางก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะดำเนินการ เช่นการลดราคารับจำนำ
นอกจากนี้ นายวราเทพ ยังได้รายงานผลการติดตามงานตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ด้านเศรษฐกิจ ประจำเดือนสิงหาคม 2556 ให้ ครม. รับทราบ โดยโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2555/2556 โดยการรับจำนำรอบที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 - 15 กันยายน 2556 มีโรงสีสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 898 โรง มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 2,231,307 ราย ปริมาณ รับจำนำรวมทั้งสิ้น 14,540,808 ตัน ณ วันที่ 28 สิงหาคม 2556 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้จ่ายเงินให้เกษตรกรแล้วเป็นเงิน 234,185.013 ล้านบาท และการรับจำนำข้าวรอบที่ 2 ตั้งแต่14 มีนาคม - 15 กันยายน 2556 ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2556 มีโรงสีสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 688 โรง มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 787,237 ราย ปริมาณรับจำนำรวมทั้งสิ้น 6,845,773 ตัน ณ วันที่ 28 สิงหาคม 2556 ธ.ก.ส. ได้จ่ายเงินให้เกษตรกรแล้ว เป็นเงิน 93,488.018 ล้านบาท
ส่วนปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรไม่เพียงพอเป็นค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเช่าคลังสินค้า ค่ากรรมกร ค่าตรวจสอบคุณภาพข้าวสาร ค่าดูแลรักษาข้าวสาร และค่าเบี้ยประกันภัย ทำให้องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ไม่สามารถเบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้ประกอบการตามสัญญาได้
ขณะที่การดำเนินการติดตาม ตรวจสอบการรับจำนำสินค้าเกษตรให้ถูกต้อง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการทุจริตในการรับจำนำ โดยสุ่มตรวจสอบโรงสี ตลาดกลาง โกดังกลางและเกษตรกร พบการกระทำความผิด ได้แก่ การขนข้าวสารโดยไม่ได้รับอนุญาต การสวมสิทธิเกษตรกร ข้าวขาดบัญชี จำนวน 3,249 ราย








