รายได้ผลิตไฟฟ้าเพิ่ม หนุนกำไรสุทธิ 3Q56 เติบโตต่อเนื่อง
- คาดกำไรสุทธิ 3Q56 ปรับเพิ่ม 17%QoQ
เราคาดว่า RATCH จะมีกำไรสุทธิใน 3Q56 ราว 1.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% QoQ จาก (1) รายได้จากการผลิตไฟฟ้าเพิ่มแม้ว่าจะเป็นช่วงหน้าฝนแต่ไม่กระทบการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ทำให้กำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าหลังยังคงใกล้เคียงกับ 2Q56 ที่ผ่านมา (2) ต้นทุนทางการเงินลดลง จากการปรับโครงสร้างทางการเงินของบริษัทลูกในออสเตรเรีย (RAC) และ (3) ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเล็กน้อย อย่างไรก็ดีผลประกอบการที่อ่อนตัวลง 9% YoY เนื่องจาก 3Q55 โรงไฟฟ้าไม่หยุดซ่อมทำให้มีจำนวนวันในการเดินเครื่องมากกว่า
- ยังมี Upside จากการขยายการลงทุนในญี่ปุ่นและออสเตรเลีย
เราติดตามเรื่องการเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าแมคควารี่ ในออสเตรเลีย กำลังผลิต 4,640 เมกะวัตต์ RATCH อยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ร่วมทุนคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้ เพื่อให้ทันกำหนดยื่นประมูลในวันที่ 30 ต.ค. รวมถึงแผนการลงทุน 45% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น กำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ คาดจะได้ข้อสรุปภายในปลายปีนี้ และได้รับอัตราค่าไฟที่รัฐบาลญี่ปุ่นส่งเสริม (FIT) สูงถึง 42 เยนต่อหน่วย (ประมาณ 13 บาท) เราประเมินว่าโครงการนี้น่าสนใจเพราะใช้เงินลงทุนต่ำเพียง 600 – 800 ล้านบาท แต่อัตรา FIT สูงกว่าโครงการในไทยทำให้ผลตอบแทนการลงทุนดีกว่า เรายังไม่ได้รวมโครงการทั้งสองแห่งไว้ในประมาณการถือเป็น Upside ในปีหน้า 2557
- คาดกำไรในระยะยาวมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 6.6% ต่อปี
บริษัทวางเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตอีก 20% ภายในปี 2561 ทำให้เราคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2556 – 2561 จะเติบโตเฉลี่ย 6.6% (CAGR) โดยเฉพาะในปี 2558 กำไรของ RATCH จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังงานถ่านหินของโรงไฟฟ้าหงสากำลังผลิต 1,878 เมกะวัตต์ จากการประเมินในเบื้องต้น เราคาดว่าโรงไฟฟ้าหงสาจะทำกำไรได้ราวปีละ 3 พันล้านบาท ซึ่งจะหนุนให้ผลประกอบการของ RATCH ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น 40% รับรู้เป็นกำไรในสัดส่วน 14% ของกำไรสุทธิรวม









