ผ่ามุมมองเวิลด์แบงก์กับวิกฤติเพดานหนี้สหรัฐซี่งยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ ชี้หากสหรัฐผิดนัดชำระหนี้ เสี่ยงก่อวิกฤติการเงินโลก
ความขัดแย้งเรื่องขยายเพดานหนี้ของสหรัฐยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ ระหว่างทำเนียบขาวกับสภาผู้แทนราษฎร ในขณะที่มีการกำหนดเส้นตายวันที่ 17 ต.ค. นี้ แม็ทธิว เวอร์กิส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากธนาคารโลก ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ "กรุงเทพธุรกิจทีวี" โดยประเมินว่าในที่สุดแล้วจะตกลงกันได้ แต่เกิดกรณีเลวร้าย จะส่งผลกระทบเงินไหลออกภูมิภาค แต่ยังเชื่อว่าไทยจะรับมือได้
คุณมองอย่างไรเรื่องเส้นตายเพดานหนี้วันที่ 17 ต.ค. นี้
เราคาดว่า จะมีการตกลงกันได้ โดยอาจจะตกลงกันได้ในนาทีสุดท้าย อย่างเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี 2554 ที่เขาสามารถตกลงกันได้ก่อนที่จะพ้นเส้นตาย ครั้งนี้เราก็คาดการณ์ว่ามันจะเป็นเหมือนครั้งที่ผ่านมา
ทำไมคิดว่าเรื่องนี้จะตกลงกันได้
เนื่องจากความเสียหายที่จะตามมานั้นมีมหาศาล การปิดสำนักงานบางส่วนของรัฐบาลในขณะนี้นั้นกำลังทำให้ประชาชนบางส่วนประสบความยากลำบากอย่างมาก ลูกจ้างของรัฐบาลส่วนหนึ่งต้องถูกให้ออกจากงาน สำหรับคนเหล่านี้แล้วมันเป็นภาวะที่ยากลำบาก ในขณะที่ภาพรวมของเศรษฐกิจยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ในช่วงปี 2538 และ 2539 สมัยประธานาธิบดีบิล คลินตัน ก็เคยมีการปิดสำนักงานรัฐบาลเช่นกันแต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกมากนัก ในปี 2555 ก็สามารถตกลงขยายเพดานหนี้ได้ก่อนที่จะพ้นกำหนดเส้นตาย ถ้าหากครั้งนี้พวกเขาไม่สามารถหาทางออกได้ ความเสียหายร้ายแรงจะตามมา คล้ายกับผลกระทบปี 2551 ที่ธนาคารเลแมน บราเดอร์สล้มละลายและนำไปสู่วิกฤติการเงินโลก
ถึงแม้ว่าจะมีความหวัง แต่ก็ยังมีความเห็นที่ไม่ลงรอยกันในสหรัฐ ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันอย่างไร
คือว่า ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่ายจะต้องประนีประนอมกัน ณ เวลานี้ ประธานาธิบดีโอบามา ยืนยันว่า จะยอมเจรจาต่อเมื่อมีการขยายเพดานหนี้ก่อน เนื่องจากเขาไม่ต้องการให้มีการต่อรองเรื่องเพดานหนี้ เมื่อมีการยกเพดานหนี้แล้ว ถึงจะมีการต่อรองกันในเรื่องงบประมาณที่ฝ่ายรีพับลิกันต้องการ ฝ่ายรีพับลิกันต้องการที่จะต่อรองในเรื่องงบประมาณให้เสร็จก่อนที่จะมีการยกเพดานหนี้ การต่อรองกันจึงครอบคลุมสองประเด็นคือ งบประมาณประจำปีและเพดานหนี้ ดังนั้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องยอมลดข้อเรียกร้องของตนลง หรือทั้งสองฝ่ายต้องทางออกร่วมกัน พวกเขาเริ่มหารือกันแล้ว และมีการยื่นข้อเสนอให้อีกฝ่ายพิจารณา ทางเลือกอันหนึ่งคือ การขยายเพดานหนี้ชั่วคราวประมาณ 2 ถึง 3 สัปดาห์ เพื่อที่จะให้มีเวลาต่อรองกันมากขึ้น ผมคิดว่ายังมีข้อเสนออื่นอีกที่ถูกวางไว้บนโต๊ะเจรจา ทั้งสองฝ่ายต้องหาทางออกร่วมกัน แต่ ณ เวลานี้พวกเขายังไม่สามารถรอมชอมกันได้
แต่เป็นการเลื่อนปัญหาออกไป หรือว่าจะสามารถแก้ไขได้จริง
อย่างแรกคือ ผมมีความหวัง แต่ผมยังก็ไม่มั่นใจเสียทีเดียว ผมหวังว่า พวกเขาจะสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ส่วนจะเป็นการเลื่อนปัญหาออกไปหรือไม่ นี่เป็นประเด็นของประธานาธิบดีโอบามา แต่ละประเทศก็มีการต่อรองเรื่องงบประมาณกันทั้งนั้น คุณต้องหาฉันทามติว่าจะใช้จ่ายเงินงบประมาณอย่างไร พรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านต้องหาทางออกเพื่อให้บรรลุข้อตกลงให้ได้ แต่ที่เป็นปัญหาน่ากลัวของสหรัฐคือ การเอาเรื่องงบประมาณไปผูกติดกับเรื่องเพดานหนี้ เพราะมันทำให้เกิดข้อสงสัยขึ้นว่า สหรัฐจะสามารถจ่ายหนี้ตนเองได้หรือไม่ ประเด็นของโอบามาคือ มันเป็นเรื่องที่อันตราย ฉะนั้นจึงไม่ควรเอาเรื่องเพดานหนี้มาต่อรองร่วมกับเรื่องงบประมาณ ผมคิดว่าในแง่ของรีพับลิกันก็จะบอกว่ามันเป็นเรื่องง่ายสำหรับพรรคที่เป็นรัฐบาลที่จะพูดเช่นนั้น แต่เมื่อคุณเป็นฝ่ายค้านก็ต้องใช้กลยุทธ์ ไม่เช่นนั้นฝ่ายค้านก็จะไม่มีอำนาจต่อรองได้ นี่คือปัญหา ผมคิดว่า จากความเห็นของเรา จากมุมมองของประเทศกำลังพัฒนา มันน่าจะดีกว่าหากการต่อรองเรื่องงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐไม่ถูกนำมาผูกติดกับเรื่องเพดานหนี้ เพราะความเสี่ยงในเรื่องนี้ต่อประเทศกำลังพัฒนามีสูงมาก
ถ้าพูดถึงกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือสหรัฐผิดนัดชำระหนี้ กรณีนี้มีโอกาสเกิดขึ้นไหม และถ้าเกิดขึ้นจริง จะกระทบกับตลาดเกิดใหม่มากแค่ไหน
เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เหตุผลคือพันธบัตรสหรัฐเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงปราศจากความเสี่ยงมากที่สุดในโลก รัฐบาลสหรัฐไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ และมีความเชื่อกันโดยทั่วไปว่า สหรัฐจะสามารถชำระหนี้ได้เสมอ จึงเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะทำนายผลกระทบว่าจะออกมาในรูปใด แต่เราอาจจะเทียบเคียงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2008 เมื่อธนาคารเลแมน บราเดอร์ส ล้มละลาย เมื่อ เลแมน บราเดอร์ส ล้มก็เกิดวิกฤติความเชื่อมั่นในตลาดการเงินและในสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารไม่กล้าปล่อยกู้ให้ธนาคารอื่น เพราะไม่เชื่อมั่นซึ่งกันและกัน เหตุการณ์เช่นนี้อาจจะเกิดขึ้นอีกในวันนี้ เราสามารถมองย้อนหลังไปยัง เลแมน บราเดอร์ส และเราจะเห็นว่า อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรในประเทศกำลังพัฒนาพุ่งสูงขึ้นถึง 500 เบสิส พอยท์ ในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นตกลงเฉลี่ย 50 % ภาคอุตสาหกรรมการผลิตลดลง 10% ปี 2551 เป็นเวลาในอดีต ดังนั้นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นอาจจะไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แต่ผมคิดว่าระดับความรุนแรงน่าจะเทียบเท่ากันคือ จะเกิดวิกฤติการเงินโลกอย่างเช่นที่เกิดขึ้นในปี 2551 นั่นจะเป็นสิ่งที่คุณจะได้เห็น หากรัฐบาลสหรัฐผิดนัดชำระหนี้จริงๆ
มุมมองต่อเศรษฐกิจไทยและสิ่งที่รัฐบาลไทยควรจะทำ
หากว่าสหรัฐผิดนัดชำระหนี้ ประเทศไทยถือว่ามีความแข็งแกร่งมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น หรือประเทศไทยในปี 2008 เหตุผลเพราะว่าประเทศไทยมีประสบการณ์ผ่านช่วงที่ดีและร้ายมาแล้ว ล่าสุดคือการรับมือกับทุนไหลออกเพราะการปรับลดคิวอี ซึ่งจะเป็นสิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นหากสหรัฐผิดนัดชำระหนี้ สิ่งที่รัฐบาลไทยต้องทำคือ ใช้นโยบายการเงินการคลังที่เหมาะสม ในด้านของนโยบายการคลัง ไทยได้ดำเนินนโยบายด้านการคลังไปค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงอาจจะมีข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายมากขึ้น แต่หากเกิดผลกระทบในวงกว้าง ผมคิดว่ารัฐบาลก็ต้องวางแผนรับมือในด้านการคลัง ในส่วนของนโยบายการเงินผมคิดว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นและจะช่วยสร้างสมดุลให้กับระบบเศรษฐกิจคือการลดค่าของค่าเงินบาท ที่น่าจะอ่อนค่าต่อไป แต่ไทยก็ไม่อยากให้ค่าเงินบาทผันผวน คือไทยไม่อยากให้ค่าเงินอ่อนค่าเร็วและแรงจนเกินไป แต่การอ่อนค่าอย่างค่อยเป็นค่อยไปจะช่วยสนับสนุนการส่งออกและทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นขึ้นมาได้ อีกสิ่งหนึ่งที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยต้องระวังคือการเพิ่มอัตราดอกเบี้ย เพราะหนี้ครัวเรือนจะโตขึ้นเร็วมากหากอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น สิ่งที่ต้องจับตาคือผลกระทบต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้และความแข็งแกร่งของภาคธนาคาร ผลกระทบเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทั้งกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยต้องเผชิญ ทั้งสององค์กรต้องเตรียมรับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต








