สถาบันต่างประเทศพร้อมใจซื้อหุ้น บจ.ใหม่เข้าพอร์ต ฉวยจังหวะราคาร่วง โดยเฉพาะหุ้นแม็ค-นกแอร์-โมโน เทคโนโลยี
จากการสำรวจรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต้นปีที่ผ่านมา พบว่ามีสถาบันต่างประเทศสนใจเข้าลงทุน บริษัท สายการบินนกแอร์ (NOK) โดยมี สเตท สตรีท แบงก์ ยุโรป ลิมิเต็ด เข้ามาลงทุนโดยถือหุ้นในสัดส่วน 6.38% จากที่ไม่เคยมีสัดส่วนการถือหุ้นมาก่อน และ โซเมอร์ (ยู.เค) ลิมิเต็ด ได้เข้ามาลงทุนในบริษัท คิดเป็นสัดส่วน 1.64% จากเดิมที่ไม่เคยมีสัดส่วนการลงทุนมาก่อนเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีกองทุนในประเทศเข้าลงทุนในบริษัท คือ กองทุนเปิด เค หุ้นทุนบริพัตรเพื่อการเลี้ยงชีพ เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 0.86% และกองทุนเปิด เคเอ เอควิตี้ เข้ามาลงทุนในสัดส่วน 0.65% อย่างไรก็ตาม ผู้ถือหุ้นเดิมกลับมีการลดสัดส่วนการลงทุน คือ บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่เดิมลงทุนในสัดส่วน 4% ได้ลดสัดส่วนการลงทุนเหลือ 0.51%
นอกจากนี้ สเตท สตรีท แบงก์ ยุโรป ลิมิเต็ด ยังได้เข้าลงทุนในบริษัท โมโน เทคโนโลยี หรือ MONO ในสัดส่วน 1.26% จากเดิมที่ไม่เคยลงทุนมาก่อนเช่นกัน
ด้านบริษัท แม็คกรุ๊ป หรือ MC มี โซเมอร์ (ยู.เค) ลิมิเต็ด เข้ามาลงทุนในสัดส่วน 1.79% จากเดิมที่ไม่เคยมีการลงทุนมาก่อน และยังมีกองทุนเปิด กรุงศรีหุ้นระยะยาวปันผล เข้ามาลงทุนในสัดส่วน 1.26% บริษัท ไทยประกันชีวิต เข้ามาลงทุน 0.73% และกองทุนเปิด กรุงศรีหุ้นปันผล เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 0.70%
นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท แม็คกรุ๊ป (MC) ก็มีการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเช่นกัน โดยนางสาวสุณี เสรีภาณุ เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 33.93% จากสัดส่วนเดิมช่วงหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนอยู่ที่ 33.81% นายวิรัช เสรีภาณุ เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 3.83% จากเดิมที่ถือหุ้นอยู่ที่ 3.75% และ นางปรารถนา มงคลกุล เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 3.84% จากเดิมที่ถือหุ้นอยู่ 3.75%
แหล่งข่าวจากบริษัท แม็คกรุ๊ป กล่าวว่า ภายหลังจากที่บริษัทได้เดินทางไปให้ข้อมูลกับนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ โดยเฉพาะการไปพบนักลงทุนที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันต่างประเทศเป็นอย่างมาก ล่าสุดที่ยังไม่ได้ประกาศรายชื่อผู้ถือหุ้น สัดส่วนนักลงทุนต่างประเทศน่าจะเข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 3% สาเหตุที่นักลงทุนสถาบันต่างประเทศสนใจเข้าลงทุนในบริษัท เชื่อว่าเป็นเพราะการให้ข้อมูลต่างต่อเนื่อง การมีโมเดลธุรกิจที่น่าเชื่อถือ สร้างการเติบโตได้จริง และการปันผลให้กับผู้ถือหุ้นสม่ำเสมอ โดยตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์มา บริษัทได้จ่ายเงินปันผลไปแล้วกว่า 80% ของกำไรสุทธิ
นอกจากนี้ จากการสำรวจ พบว่าผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทที่เพิ่มทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีการลดสัดส่วนการถือหุ้นเช่นกัน โดยบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA พบว่า กลุ่มพานิชผล ที่เดิมเคยถือหุ้นรวมกัน 4.06% ได้ลดสัดส่วนการลงทุนจนหมด
การสำรวจพบด้วยว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท ซังโกะไดคาซติ้ง (ประเทศไทย)หรือ SANKO ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น คือ บริษัท ไทยอินดัสเทรียล พาร์ท จำกัด เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 13.64% จากเดิม 13.28% บริษัท โกลบอล เรียลลิตี้ จำกัด ถือหุ้นเพิ่มเป็น 9.09% จากเดิม 8.85% และบริษัท เจทีดับบลิว แอซเซท จำกัด ถือหุ้นเพิ่มเป็น 7.54% จากเดิมถือหุ้น 7.34%
กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน หรือ CHO เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น นำโดยนายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ถือหุ้นเพิ่มเป็น 45.35% จากเดิมถือหุ้นอยู่ 45.21% และนายพุฒิพัฒน์ เวศย์วรุตม์ ถือหุ้นเพิ่มเป็น 2.41% จากเดิมถือหุ้นอยู่ 2.31%
ก่อนหน้านี้ นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน กล่าวก่อนหน้านี้ว่า สาเหตุที่เข้ามาซื้อหุ้นของบริษัทเพิ่ม เพราะเห็นว่าราคาซื้อขายหุ้นค่อนข้างต่ำเกินไป เมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานและความสามารถในการเติบโตของผลประกอบการบริษัท









