วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไก่ไทยไร้ผลกระทบแอฟริกาขึ้นภาษี82%

สมาคมผู้ผลิตไก่ฯยันไร้ผลกระทบหลังแอฟริกาประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสัตว์ปีกสูงสุดถึง 82% เหตุยอดส่งออกน้อย ชี้เปิดเออีซีปี58 ไก่ไทยได้ประโยชน์น้อย

นายคึกฤทธิ์ อารีปกรณ์ ผู้จัดการสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมาแอฟริกาได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสัตว์ปีก โดยไก่ทั้งตัว (whole birds) เพิ่มเป็น 82% จาก 27% ซึ่งเป็นอัตราสูงที่สุดตามข้อกำหนดขององค์การการค้าโลก ( WTO) โดยอัตราภาษีใหม่จะใช้กับประเทศคู่ค้าทุกประเทศที่ส่งออกสัตว์ปีก ยกเว้นประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่มีข้อตกลงการค้าระหว่างกัน

ทั้งนี้ การขึ้นภาษีดังกล่าวไม่กระทบกับสินค้าไก่ของไทย เพราะปัจจุบันไทยส่งออกตลาดแอฟริกาน้อยมาก เพราะมีแรงซื้อน้อย ส่วนใหญ่แอฟริกานำเข้าจากสหภาพยุโรปหรืออียูเป็นหลัก เพราะมีเงื่อนไขด้านภาษีที่เอื้อประโยชน์ต่อกัน ประกอบกับแอฟริกาอยู่ใกล้ยุโรปตะวันออกซึ่งมีการเลี้ยงไก่ การขนส่งจึงสะดวกกว่า ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่จึงไม่สนใจตลาดนี้ อีกทั้งการจำหน่ายในรูปไก่แปรรูปยังไม่เป็นที่นิยม ขณะที่ไก่สดหรือเศษเนื้อไก่บด น่อง ปีก ไทยไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับอียูได้

"ตลาดหลักของไก่ไทยยังคงเป็นอียูและญี่ปุ่น ปีนี้คาดว่าจะส่งออกตลาดอียู 5.3 แสนตัน ลดลงจาก 5.5 แสนตันในปี 2555 แต่มูลค่าเพิ่มขึ้นเพราะปีนี้ราคาวัตถุดิบลดลงมาก ทั้งกากถั่วเหลืองและข้าวโพด ขณะที่ผู้ประกอบการในประเทศมีบทเรียนสำคัญจากการผลิตมากเกินความต้องการในปีที่ผ่านส่งผลให้ราคาตกต่ำ จึงวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการและการส่งออก ราคาจึงปรับตัวสูงขึ้น โดยปีนี้มีผลผลิตเฉลี่ย 24-25 ล้านตัว/สัปดาห์

ส่วนญี่ปุ่นอยู่ระหว่างการพิจารณาเปิดตลาดไก่สดไทย คาดว่าจะเปิดได้ปี 2557 จากที่คาดว่าจะเปิดปลายปีนี้ เพราะหน่วยงานของญี่ปุ่นขอข้อมูลเพิ่มเติม หากไม่มีกระแสหวัดนกอีกจะส่งผลให้ญี่ปุ่นมั่นใจไก่สดของไทยมากยิ่งขึ้น โดยปกติการส่งออกไก่แปรรูปในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 5% หากเปิดตลาดไก่สดได้จะส่งผลให้ไก่ไทยส่งออกเพิ่มขึ้นเท่าตัว เพราะกำลังการบริโภคไก่ของญี่ปุ่นมีมาก

สำหรับตลาดอาเซียน ซึ่งจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC)ในปี 2558 นั้น คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสินค้าไก่ของไทยน้อย เพราะตามข้อตกลงมีเพียงมาเลเซียและสิงคโปร์ที่ยอมเปิดตลาดให้ไทย ส่วนประเทศอื่นๆ ยังคงปิดกั้น เพราะทุกประเทศสามารถผลิตได้ แม้จะนำเข้าเพื่อการบริโภคบ้าง แต่นิยมนำเข้าจากสหรัฐมากกว่า

"ตลาดที่น่าสนใจในอาเซียนนอกจากมาเลเซียและสิงคโปร์ คือฟิลิปปินส์ เพราะนำเข้าแต่ละปีมากกว่า 1 แสนตัน ขณะที่ไก่ที่ผลิตในประเทศมีราคาสูงมาก แต่ฟิลิปปินส์เลือกนำเข้าจากสหรัฐ โดยไทยพยายามเจรจาให้เปิดตลาดมาโดยตลอดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ส่วนมาเลเซียส่งออกไก่แปรรูปอยู่แล้ว และเปิดตลาดไก่สดให้กับไทยอีกครั้งหลังปี 2547 ที่ประกาศห้ามนำเข้าจากไทยเพราะการระบาดของหวัดนก โดยปีนี้ไทยส่งออกไก่สดตลาดนี้ประมาณ 1 หมื่นตัน ซึ่งแนวโน้มควรมากกว่านี้เพราะมาเลเซียผลิตไก่ได้น้อย

ส่วนตลาดสิงคโปร์ไทยส่งออกไก่ปรุงสุกปีละประมาณ 1 หมื่นตัน และเพิ่งเปิดตลาดไก่สดให้ไทยไม่นานจึงส่งออกได้ไม่มากนัก แต่แนวโน้มการบริโภคมีสูงมาก คาดว่าระยะต่อไปจะส่งออกได้ 1 หมื่นตันเช่นกัน ส่วนประเทศอื่นๆ ในอาเซียนการเจาะตลาดไก่แปรรูปยังทำได้น้อย เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่รายได้ต่ำ ขณะที่ไก่แปรรูปต้องจัดเก็บในตู้เย็น ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศยังมีปัญหากระแสไฟฟ้าขัดข้อง การส่งออกจึงอยู่ในรูปไก่สดที่ค้าขายตามแนวชายแดน ยกเว้นเวียดนามที่ก่อนหน้านี้นำเข้าจากไทย แต่หลังจากหวัดนกระบาดได้นำเข้าจากสหรัฐแทน