นักวิเคราะห์ระบุผลกระทบน้ำท่วมปีนี้ไม่รุนแรงเท่าปี 2554 ประเมินกลุ่ม"ค้าปลีก-วัสดุก่อสร้าง" รับเสี่ยงระยะสั้น แต่เมื่อน้ำลดจะฟื้นตัวก่อน
ภาวะน้ำท่วมในขณะนี้ จะต่างจากปี 2554 ที่น้ำท่วมหนัก โดยปีนี้น้ำท่วมหนักที่ภาคตะวันออก แต่ปี 2554 จะหนักที่ภาคกลางตอนบน ดังนั้น นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จึงประเมินความเสี่ยงระยะสั้นจากปัจจัยดังกล่าว จะเป็นลบกับภาพรวมเศรษฐกิจโดยรวม และอุตสาหกรรมต่างๆ ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง และอุตสาหกรรมโรงงานผลิต หรือการขนส่ง
"เมื่อน้ำลดแล้ว จะส่งผลกระทบทางบวกกับกลุ่มพาณิชย์ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วมจะมีการฟื้นตัวเป็นไปในลักษณะเชิงบวก"
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์รายเดิม ยังแนะนำให้นักลงทุน ต้องติดตามผลกระทบจากน้ำท่วมต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมบางชัน หรืออยู่ในเขตบางชันบริเวณใกล้เคียงกับคลองสามวา ซึ่งมีบริษัทจดทะเบียนตั้งโรงงานอยู่คือ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ (PB) บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก (UP) บริษัท ยูเนี่ยนไพโอเนียร์ (UPF) และบริษัท แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่ (HTECH)
รวมทั้งนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง หรืออยู่ในเขตลาดกระบัง ที่มีบริษัทจดทะเบียนตั้งโรงงานอยู่ ประกอบด้วย บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) บริษัท อุตสาหกรรม อีเล็คโทรนิคส์ (EIC) บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท (SNP) บริษัท กุลธรเคอร์บี้ (KKC) บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) บริษัท โกลด์ไฟน์ แมนูแฟคเจอเรอส์ (GFM) บริษัท ไซแมท เทคโนโลยี (SIMAT)
ขณะเดียวกันฝ่ายวิจัย บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุด้วยว่า สถานการณ์น้ำท่วมใน 11 จังหวัดคลี่คลายแล้ว เหลือ 27 จังหวัดที่ยังต้องเฝ้าระวัง จึงเชื่อว่าความเสียหายต่อเศรษฐกิจครั้งนี้ จะน้อยกว่าอุทกภัยในปี 2554 มาก เพราะในปี 2554 น้ำท่วม 65 จังหวัด สร้างความเสียหาย 1.3 ล้านล้านบาท (1% ของ GDP) พื้นที่ที่ถูกท่วมหนักส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ คือนิคมอุตสาหกรรมที่อยุธยาและปทุมธานี แต่ปีนี้พื้นที่ที่น้ำท่วมหนักส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลฯ) และตะวันออก (ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา)
ส่วนนิคมอุตสาหกรรมของบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) ที่จ.ชลบุรี มีรายงานว่า 2 โรงงานปิดเพราะน้ำมาก รถวิ่งเข้าออกไม่ได้ แต่โรงงานไม่เสียหาย ผลกระทบจนถึงปัจจุบันจึงมีเพียงการขนส่งที่ทำได้ลำบาก เชื่อว่าผลกระทบอยู่ในวงจำกัดมาก โดยกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม จึงแนะนำ บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน (HEMRAJ) ส่วนกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ แนะนำ คือ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE)
ขณะที่กลุ่มหุ้นที่จะได้ประโยชน์หลังน้ำลดคือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร (DRT) และบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO)
สอดคล้องกับฝ่ายวิจัย บล.ธนชาต ที่ประเมินว่า สถานการณ์น้ำท่วมถนนสูง 10 ซม. ที่เฟส 8 และ 9 นิคมอมตะนครแต่น้ำท่วมยังไม่ถึงโรงงาน และไม่มีความเสียหายใดๆ แต่อาจกระทบความเชื่อมั่นระยะสั้นต่อหุ้นและยอดขายที่ดิน สำหรับกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม แนะนำให้ลงทุน บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดินมากกว่า








