วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เทสโก้'ร่วมมือจีนตั้งธุรกิจค้าปลีก

"เทสโก้"ตกลงตั้งธุรกิจยักษ์ใหญ่ด้านค้าปลีกในจีน ในรูปของบริษัทร่วมทุนกับไชนา รีสอร์ซ เอนเตอร์ไพรซ์

เทสโก้ ห้างค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของอังกฤษ แถลงว่าได้ตกลงตั้งธุรกิจยักษ์ใหญ่ด้านค้าปลีกในจีน ในรูปของบริษัทร่วมทุนกับไชนา รีสอร์ซ เอนเตอร์ไพรซ์ (ซีอาร์อี) พร้อมรายงานว่ารายได้สุทธิครึ่งปีแรก ลดลง 1 ใน 3 ผลจากรายได้ซบเซา ต้นทุนในการปรับโครงสร้าง สภาพตลาดในต่างแดนที่มีความยากลำบาก และกำไรที่น้อยลงจากการขายอสังหาริมทรัพย์

แถลงการณ์ระบุว่า เทสโกและซีอาร์อีประกาศทำข้อตกลงเพื่อรวมกิจการค้าปลีกของทั้งสองบริษัทในจีน เป็นบริษัทค้าปลีกชั้นนำ การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระหว่างประเทศ เพื่อเจาะตลาดประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตเร็วมากขึ้น

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ซีอาร์อีซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง จะถือหุ้น 80% ส่วนเทสโก้ถือหุ้น 20% ในกิจการร่วมทุน แต่อาจเพิ่มขึ้นถึง 25% หลังจากเวลาผ่านไป 5 ปี การร่วมทุนใหม่นี้จะผนวกสาขา 134 แห่งของเทสโกในจีน เข้ากับไชนา รีซอร์ส แวนการ์ด ของซีอาร์อี ซึ่งบริหารร้านค้า 2,986 สาขาทั่วประเทศจีนและฮ่องกง

เทสโก้จะจ่ายเงินสด 185 ล้านปอนด์สำหรับการร่วมทุน และจ่ายให้ซีอาร์อี 80 ล้านปอนด์หลังจากข้อตกลงเสร็จสมบูรณ์ จากนั้นจ่ายอีก 80 ล้านปอนด์หลังจากครบหนึ่งปี คาดว่าการร่วมทุนจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 แต่ยังต้องให้คณะกรรมการกำกับดูและและผู้ถือหุ้นซีอาร์อีอนุมัติ

เทสโก้ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน ซึ่งเป็นกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก รองจากวอลมาร์ทของสหรัฐ และคาร์ฟูร์ของฝรั่งเศส ยังเปิดเผยถึงผลกำไรสุทธิที่ลดลง 33.6% เหลือ 820 ล้านปอนด์ในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ หรือ 26 สัปดาห์ถึงวันที่ 24 สิงหาคม เปรียบเทียบกับกำไรสุทธิ 1,240 ล้านปอนด์ในช่วงเดียวกันของปีงบประมาณ 2554-2555

นายฟิลิป คลาร์ก หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเทสโก้ แถลงว่า ยินดีที่ได้ร่วมมือกับซีอาร์ดีในการตั้งธุรกิจชั้นนำด้านค้าปลีกในจีน ข้อตกลงนี้ทำให้บริษัทมีแพลทฟอร์มที่แข็งแกร่งในตลาดที่มีความตื่นเต้นมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และจะทำให้บริษัททำกำไรได้อย่างรวดเร็วในจีน การเคลื่อนไหวนี้เป็นข่าวดีสำหรับลูกค้าและผู้ถือหุ้น ทั้งยังแสดงให้เห็นเจตนารมย์ของบริษัทในการสร้างเสริมธุรกิจที่ยั่งยืนและมีกำไร

บรรยากาศธุรกิจค้าปลีกที่ท้าทายในยุโรป ยังส่งผลต่อเนื่องต่อผลประกอบการและความสามารถในการทำกำไรของบริษัท แต่การลงทุนเพื่อปรับปรุงการให้บริการในยุโรปเริ่มให้ผล บริษัทหวังว่าจะมีผลกำประกอบการแข็งแกร่งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง