ตลาดปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค
NIKKEI 14,732.61 -0.1%
ปรับตัวขึ้นมากสุดในรอบ 2 สัปดาห์ เนื่องจาก
1.เงินเยนเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่าขึ้นตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 24 ก.ย. ส่งผลให้หุ้นส่งออก ปรับตัวลง Canon Inc. ที่ยอดขาย 79% มาจากต่างประเทศ ปรับตัวลง 2.0%, Sony Corp. -1.6%
2.Lixil Corp. -6.3% หลังออกมาระบุว่าอยู่ในระหว่างการเจรจาซื้อกิจการของเยอรมัน Grohe Group มูลค่ากว่า 3 พันล้านยูโร
3.Haseko Corp. -2.7% หลังหนังสือพิมพ์ Yomiuri รายงานว่า กรมสรรพากรของญี่ปุ่นพบรายได้ของกิจการที่ไม่เปิดเผยมูลค่ากว่า 2.5 พันล้านเยน
4.ในขณะที่ Murata Manufacturing ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดย Apple เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุด ปรับตัวขึ้น 1.5% หลังยอดขาย iPhone รุ่นใหม่สูงถึง 9 ล้านเครื่องในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
HANG SENG 23,179.04 -0.8%
ปิดลบต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ปรับตัวลงมากสุดในรอบ 4 สัปดาห์ เนื่องจาก
1.นำโดยกลุ่มอสังหาฯของจีน China Overseas Land&Investment -1.9%, China Resources Land -3.4% และ Guangzhou R&F Properties -1.7% หลัง China Securities Journal รายงานว่าทางการเตรียมฝึกบุคลากรสำหรับระบบการจัดเก็บภาษี สร้างความกังวลว่ารัฐบาลอาจเพิ่มภาษีอสังหาฯ
2.กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลง Jiangxi Copper -1.6% จากราคาทองแดงล่วงหน้าที่ปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3, Aluminum Corp. of China -1.8%, Cnooc Ltd. -1.5% เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์
3.Tencent Holdings -1.6% หลังคู่แข่งอย่าง Alibaba Group Holdings ออกแอพพลิชั่นแชทใหม่ เพื่อสู้กับ WeChat ของกิจการ
SHANGHAI 2,207.53 -0.6%
ปรับตัวลง เนื่องจาก
1.นำโดยกลุ่มการเงินที่ปรับตัวลงมากสุดในรอบ 2 เดือน จากการคาดการณ์ว่ารัฐบาลอาจสนับสนุนการแข่งขันในธุรกิจธนาคารมากขึ้น ส่งผลให้ Ping An Bank -4.7%, Industrial Bank -3.5%
2.กลุ่มอสังหาฯปรับตัวลง หลัง China Securities Journal รายงานว่ารัฐบาลอาจเพิ่มภาษีอสังหาฯ ส่งผลให้ China Vanke -3.0%และ Poly Real Estate -3.1%
3.ส่วนผู้ผลิตชิ้นส่วนให้กับ Apple อย่าง GoerTek Inc. ปรับตัวขึ้น3.2% จากยอดจำหน่าย iPhone ในการเปิดตัวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาสูงกว่ายอดเดิมถึง 2 เท่า
SET 1,417.77 -1.3%
หลุด 1,420 จุด เนื่องจาก
1.ตลาดปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค แม้ว่าจะมีความพยายามฟื้นตัว แต่เผชิญกับแรงขายอย่างต่อเนื่อง การฟื้นตัวยังคงเป็นไปได้อย่างจำกัด
2.หุ้นหลักในกลุ่มธนาคารถูกแรงขายอย่างต่อเนื่อง SCB -1.9%, KBANK -1.6%, BBL -1.5% และ KTB -1.0% เช่นเดียวกับกลุ่ม ICT ADVANC -3.7%, INTUCH -1.5%
---------------------------------------------------
ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ









