วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โอกาสการลงทุน...ในตลาดหุ้นจีน

TISCO Wealth มองว่าการลงทุนในตลาดหุ้นจีนในช่วงนี้ จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนสูงเป็นอันดับหนึ่งของพอร์ตลงทุน

ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ข้อมูลทางเศรษฐกิจหลายประเทศส่งสัญญาณฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ Developed Economies เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และยุโรป ไม่ว่าจะเป็นภาคผลิตอุตสาหกรรมที่กลับมาขยายตัว อัตราการว่างงานลดลงต่อเนื่อง ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสูงขึ้น สำหรับจีนที่ปีนี้ดูจะสดใสจากการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ต่างๆ ในช่วงต้นปี แต่ผ่านมาได้ครึ่งปีนักวิเคราะห์ต่างก็ปรับเป้าการเติบโตลดลงกันเกือบหมด

ย้อนไปในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนถือได้ว่าเป็นประเทศขยายตัวสูงมาก จากการส่งออกและการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนเพราะค่าจ้างแรงงานที่ถูก จนเศรษฐกิจจีนมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐฯ และทำให้จีนมีทุนสำรองสูงถึง 3.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ สูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก แต่วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2008 ก็ทำให้เศรษฐกิจจีนเริ่มขยายตัวลดลงจากระดับ 2 หลักเหลือหลักเดียว จากสาเหตุที่ผู้สั่งซื้อสินค้าอย่างสหรัฐฯ หรือยุโรป สั่งซื้อสินค้าลดลงเพราะเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้การส่งออกของจีนเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง โรงงานที่ผลิตสินค้าก็ประสบปัญหาสินค้าค้างสต็อก นักลงทุนต่างชาติมีความกังวลฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา จนทำให้ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลงมามาก

แต่หลังจากที่ประเทศจีนมีการเปลี่ยนตัวผู้นำคนใหม่นำในเดือนมี.ค.ปี 2013 โดยมีนายสี จิ้นผิง ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศ รัฐบาลจีนได้ประกาศปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจแทนการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบในอดีต รัฐบาลจีนเน้นการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน การเพิ่มการบริโภคในประเทศมากขึ้น ลดการพึ่งพาการส่งออก และควบคุมการทำธุรกรรมธนาคารเงา ซึ่งเป็นการจัดหาเงินทุนที่ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของธนาคารกลางของจีน ทำให้ครึ่งปีแรกเศรษฐกิจจีนโตน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาด

แต่ความกังวลต่าง ๆ เริ่มลดลง หลังจากที่จีนประกาศตัวเลขเศรษฐกิจใน 2 เดือนที่ผ่านมา การส่งออกเริ่มกลับมาขยายตัว 5.1 ในเดือนก.ค.และ 7.2 ในเดือนส.ค. และรัฐบาลเริ่มสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่ถึง 20,000 หยวนต่อเดือน โดยการยกเลิกภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีการดำเนินงานของธุรกิจ ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs รายย่อยของจีนที่มีมากกว่า 6 ล้านราย และมีการจ้างงานในกิจการรายย่อยเหล่านี้มากถึง 10 ล้านคน เมื่อดูยอดค้าปลีกของจีนก็ได้ขยายตัวมากกว่า 13% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และอัตราเงินเฟ้อก็ขยายตัวที่ 2.6% ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ธนาคารกลางของจีนกำหนดไว้ในกรอบไม่เกิน 3.5% ปัจจัยเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจจีนที่ดีขึ้น

จากดัชนีเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณในทิศทางที่ดีขึ้น นายกของจีนยังได้ให้คำมั่นใจว่าเศรษฐกิจของจีนในปีนี้จะขยายตัวได้ 7.5% และจะสร้างเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว ซึ่งก็ยังเป็นการเติบโตในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น อีกทั้งนักวิเคราะห์เริ่มมีการปรับเป้าการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในไตรมาส 3 และ 4 เพิ่มขึ้นเป็น 7.7% และ 7.8% ตามลำดับ จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 7.5% และ 7.7% เมื่อดูที่หุ้นจีนดัชนี HSCEI ที่ยังถูก P/E 8 เท่า ซึ่งต่ำมาก ทั้งๆ ที่ผลประกอบการในไตรมาส 2 ยังคงเติบโตเพิ่มขึ้น แต่ราคาหุ้นยังขึ้นไปน้อยมาก

ดังนั้น TISCO Wealth มองว่าการลงทุนในตลาดหุ้นจีนในช่วงนี้ จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนสูงเป็นอันดับหนึ่งของพอร์ตลงทุน