ขึ้น สลับย่อ มุมมองบวกต่อแรงซื้อคืนจากต่างชาติ
คาดดัชนีฯ ขึ้น สลับย่อ แนวต้าน1500/1519 จุด (แนวต้านเป้าหมายอยู่ที่ 1559-1564 จุด) แนวรับอยู่ที่ 1480/1470 จุด การปรับฐานจะมาจากสัญญาณเทคนิครายวันเกิดสัญญาณ Overbought และระยะห่าง ที่กว้างมาก ระหว่าง ดัชนีฯปัจจุบัน Vs เส้นค่าเฉลี่ย SMA 5-10 วัน อันเป็นผลมาจากการ Cover Short หลังมีข่าวดีเหนือคาดหมาย (เกิด Run Away Gap) หุ้นเด่นยังคงเป็นกลุ่มอิงเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว Bank ใหญ่ มี %Upside เฉลี่ย 12-15%(KTB SCB KBANK BBL) กลุ่มท่องเที่ยว (NOK AAV CENTEL) หุ้น Laggards Play อสังหาฯ (SC SIRI QH AP SPALI) มีเดีย (BEC MAJOR) พาณิชย์ (CPALL) และหุ้นกลุ่มรองๆ ที่มีกำไรเติบโตสูง (ดูข้างบน)
ปัจจัยบวกหลัก จะมาจาก แรงซื้อคืนของนักลงทุนต่างชาติ หลังหลายปัจจัยเสี่ยง เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีกว่าคาดการณ์ (Surprise) นับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนเป็นต้นมา เริ่มจาก จีนรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และไม่เกิด Hard Landing, สงครามซีเรียสามารถประนีประนอมได้, และล่าสุดผลประชุมเฟดไม่มีการลดขนาด QE (Vs โพลลฯที่คาดว่าจะลดขนาด $10-15bn/เดือน) ส่งผลให้ ต่างชาติอาจมีการซื้อคืน เพิ่มเติม (เดือนกันยายน MTD ต่างชาติมีแรงซื้อสุทธิกว่า 1.93 หมื่นล้านบาท Vs ขายไปกว่า 5 หมื่นลบ. นับตั้งแต่ประธานเฟดส่งสัญญาณลดขนาด QE ครั้งแรกในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน มิ.ย. โดยระดับดัชนีฯ สูงสุดที่เกิดขึ้นในเดือน มิ.ย. อยู่ที่ 1564.66 จุด (3/6) และเดือนกรฎาคม-สิงหาคม อยู่ที่ 1519.21 จุด (24/7)
ประเด็นข่าวบวกอื่นๆ คือ
1.การผ่านร่างพ.ร.บ.โครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้อย่างน้อยอีก 1% ในช่วง 7 ปีข้างหน้า แต่ในทางปฎิบัติ ยังคงต้องรอผลตัดสินของตุลาการศาลรธน.ว่า ผิดกฎหมายไทยหรือไม่
2.ผลเลือกตั้งนายกฯ เยอรมนี สุดสัปดาห์นี้ คาดว่านาง Merkel จะกลับมาดำรงตำแหน่งอีกสมัย ทำให้การสานนโยบายสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอียู มีต่อเนื่อง
3.ตัวเลขเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการค้าระหว่างประเทศ เดือน ส.ค. คาดว่าจะปรับตัวดึขึ้น ตามการฟื้นตัวของประเทศพัฒนาแล้วสหรัฐฯ ยุโรป จีน ญี่ปุ่น
4. สหรัฐฯอาจรายงาน 2Q56F GDP ครั้งสุดท้าย 26 ก.ย. สูงกว่าประมาณการเดิม สะท้อนภาพเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง







