"ยิ่งลักษณ์"เดินเกมล็อบบี้นายแบงก์หนุนพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท นัดทานมื้อค่ำวานนี้ กับสมาคมธนาคารไทย รมว.คลังร่วมชี้แจงข้อมูล
นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวถึงการหารือระหว่างสมาคมธนาคารไทยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่าเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลในความจำเป็นในการออกพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของประเทศ หรือ พ.ร.บ.2 ล้านล้านบาท ที่ทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าเป็นการทยอยลงทุนในระยะเวลา 7 ปี ปีละ 3 แสนล้านบาท และจะร่วมกับภาคีเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่นให้มีส่วนเข้ามาช่วยวางหลักเกณฑ์และตรวจสอบการใช้เงินในโครงการต่างๆ ใก้เป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อช่วยลดความกังวลของภาคเอกชนได้ แต่สมาคมยืนยันว่าจะติดตามการใช้เม็ดเงินในโครงการอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกันยังมีการแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังว่าภาพรวมยังขยายตัวได้ดี สินเชื่อของธนาคารยังเติบโตได้ แต่เริ่มเห็นสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากที่ตึงตัวมากขึ้น ซึ่งสภาพคล่องสำหรับโครงการลงทุน2 ล้านล้านบาทนั้นรัฐบาลยืนยันจะใช้สภาพคล่องในประเทศเป็นหลัก แต่ในขณะนี้ไม่อยากส่งสัญญาณส่งสภาพคล่องยังเหลือเยอะ เพราะตอนนี้เริ่มเห็นความตึงตัวมากขึ้น
ส่วนแนวคิดของรัฐบาลในการใช้ทุนสำรองระหว่างประเทศนั้น ต้องพิจารณาเรื่องความเหมาะสมด้วยหากจะใช้จริงอาจต้องมีการแก้กฏหมาย อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะมีการออกพันธบัตรสกุลดอลลาร์สหรัฐประมาณ 40% ของเม็ดเงินที่จะระดมทุนเพื่อให้สอดคล้องกับการนำเข้าวัตถุดิบและเครื่องจักรเพื่อใช้ในโครงการ
นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวสนับสนุนโครงการลงทุนครั้งนี้ของรัฐบาล เพราะจะเป็นการยกระดับและพัฒนาศักยภาพของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และเห็นว่าไทยไม่ควรเสียโอกาสที่จะเป็นจุดเชื่อมโยงอาเซียนให้กับประเทศอื่น
ขณะที่นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวสนับสนุนการลงทุนครั้งนี้เช่นกัน เพราะเชื่อมั่นว่าจะยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยให้ดีขึ้น ขณะเดียวกันได้ตั้งคำถามไปยังรองนายกรัฐมนตรีถึงเม็ดเงินที่จะเริ่มลงทุนว่าเริ่มเข้าสู่ระบบได้เมื่อใด ซึ่งนายกิตติรัตน์ ชี้แจงว่า คาดว่าถ้ากฎหมายผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาแล้ว เม็ดเงินอย่างน้อย 350,000 ล้านบาทจะเข้าสู่ระบบได้ภายในปี 2557 ซึ่งคิดเป็น 2% ของจีดีพีไทย









