ภาวะ Risk On กลับมาอีกครั้ง หลังเฟดคงขนาด QE ลุ้นแกว่งขึ้นไปยืนเหนือ 1,460 จุด
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ ตลาดหุ้นไทยวันนี้จะได้รับปัจจัยหนุนจากสถานการณ์ที่นักลงทุนจะกลับมาให้น้ำหนักกับสินทรัพย์เสี่ยง (Risky Asset) หรืออยู่ในภาวะ Risk On อีกครั้ง หลังจากที่เฟดตัดสินใจคงขนาดมาตรการ QE ที่ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือนต่อไป รวมทั้งยังคงยืนยันเป้าหมายที่จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 0% จนกว่าอัตราการว่างงานจะลดลงมาต่ำกว่า 6.5% และอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมาสูงกว่า 2.5% ตามเป้า โดยที่เราประเมินว่ากรณีที่ SET ยังแกว่งตัวไม่ต่ำกว่า 1,420 จุด เป้าหมายของในระยะสัปดาห์ (Weekly) จะอยู่ที่ 1,460 จุด และระยะเดือน (Monthly) จะอยู่ที่ 1,500 จุด โดยมีแนวโน้ม Foreign Fund Flow ไหลกลับเข้ามาภูมิภาคเป็นปัจจัยหนุนในระยะสั้น ประกอบกับการที่ พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาทที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯในวาระที่ 2 วันนี้ จะเป็นปัจจัยหนุนต่อหุ้นในกลุ่มรับเหมาฯ, ธนาคาร, วัสดุก่อสร้าง และที่อยู่อาศัยด้วย
- ผลสำรวจ Fund Manager Survey เดือน ก.ย.2556 พบว่ามีสัดส่วน Global Fund Manager ให้น้ำหนัก Overweight ตลาดหุ้นโลก เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 60% จาก 56% ในเดือนก่อนหน้า และสูงสุดตั้งแต่ ก.พ.2554 ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ล่าสุด อย่างไรก็ดีการที่ผลสำรวจพบว่า Asia Fund Manager กลับมาให้น้ำหนัก Underweight ตลาดหุ้นไทยครั้งแรกของปี 2556 ราว 4% ทำให้การแกว่งขึ้นตัวในระยะ 1 เดือนข้างหน้าของ SET มีแนวโน้มที่ Underperform ตลาดหุ้นภูมิภาคบางตลาด อย่างเกาหลีใต้, จีน และใต้หวั่น ซึ่งเป็นเพียง 3 ตลาดหุ้นเอเชียที่ถูกให้น้ำหนัก Overweight
- กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) แนะนำ “อ่อนตัวซื้อเก็งกำไร” กรณี SET ถอยไม่ต่ำกว่า 1,420 จุด เป้า 1,460/ 1,500 จุด ต่ำกว่า 1,420 จุด “ขาย” สำหรับการลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) แนะนำ “ถือหุ้น” ที่ 75% ของพอร์ต โดยที่การลงทุนทั้งสั้นและกลาง เน้นหุ้นในกลุ่ม Top Picks ของเราได้แก่ INTUCH, MFEC, THCOM, PS, LPN, SPALI, PTTEP, BCP, TOP, PTTGC, RS, BEC, AH และ CPALL









