ผู้เข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัล ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายเดิม
- ผู้เข้าแข่งขันชิงดำในธุรกิจทีวีดิจิทัลรวม 27 ราย 49 ซอง
สรุป 3 วัน (10 – 12 ก.ย.) มีผู้สนใจซื้อซองประมูลทีวีดิจิทัลรวม 27 ราย แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ 1) กลุ่มธุรกิจสื่อโทรทัศน์รายเดิม เช่น BEC ช่อง 7 MCOT GRAMMY RS WORK Nation ทีวีพูล 2) กลุ่มหนังสือพิมพ์และทีวีดาวเทียม เช่น เดลินิวส์ ไทยรัฐ POST VoiceTV SpringNews RoseMedia 3) กลุ่มสื่อสาร เช่น TRUE INTUCH SAMART MONO 4) กลุ่มผู้ประกอบการรายใหม่ ได้แก่ คุณหมอปราเสริฐ กลุ่มมหากิจศิริ เป็นต้น โดย กสทช. ขายซองประมูลรวม 49 ซอง แยกตามประเภทช่องเป็น ช่องเด็ก 8 ซอง ช่องข่าว 12 ซอง ช่องวาไรตี้ 17 ซอง และช่อง HD 12 ซอง
- “ช่องเด็ก” และ “ช่องวาไรตี้” มีแนวโน้มแข่งราคาประมูลสูง
หากเปรียบเทียบช่องที่เปิดประมูล 24 ช่อง (ช่องเด็ก 3 ช่อง ช่องข่าว 7 ช่อง ช่องวาไรตี้ 7 ช่อง และช่อง HD 7 ช่อง) กับซองประมูลรวม 49 ซอง จะพบว่า “ช่องเด็ก” มีแนวโน้มที่จะเกิดการแข่งราคาประมูลมากที่สุด อัตราแข่งขันอยู่ที่ 2.7 ต่อ 1 เนื่องจากจำนวนช่องเปิดประมูลน้อยเพียง 3 ช่องและมีราคาตั้งต้นการประมูลต่ำเพียง 140 ล้านบาท ตามด้วย “ช่องวาไรตี้” มีอัตราแข่งขันอยู่ที่ 2.4 ต่อ 1 เนื่องจากเป็นช่องที่มีศักยภาพในการทำธุรกิจสูงและไม่มีข้อจำกัดเรื่องผังรายการอีกทั้งราคาตั้งต้นประมูลไม่สูงที่ 380 ล้านบาท ขณะที่ “ช่องข่าว” และ “ช่อง HD” มีอัตราแข่งขันต่ำที่ 1.7 ต่อ 1 เนื่องจาก “ช่องข่าว” มีข้อจำกัดทางด้านผังรายการต้องมีรายการเกี่ยวกับข่าวไม่น้อยกว่า 50% ของผังรายการ และ “ช่อง HD” มีข้อจำกัดทางด้านต้นทุนการดำเนินงานสูง ราคาตั้งต้นการประมูลสูงถึง 1,510 ล้านบาท และอัตราค่าบริการโครงข่ายมีแนวโน้มสูงกว่าช่องความคมชัดปกติ (SD) 3 เท่า








