วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สวนยางเฮ!กนย.เคาะเพิ่มเงิน2,520 บาท/ไร่

สวนยางเฮ! กนย.เคาะเพิ่มเงินช่วยเหลือปัจจัยการผลิตอีกเท่าตัวเป็น 2,520 บาท/ไร่ หรือช่วยราคายาง 12 บาท/กก เตรียมเสนอ ครม. 10 ก.ย.นี้

เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันนี้ (9 ก.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาราคายางพาราตามที่คณะกรรมการแก้ปัญหายางพาราได้มีการหารือกับเกษตรกรในภาคใต้เมื่อสัปดาห์ก่อน

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนย.มีมติเพิ่มเงินช่วยเหลือปัจจัยการผลิตสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราจากเดิม 1,260 บาทต่อไร่ เป็น 2,520 บาทต่อไร่ในระยะเวลา 7 เดือน (ก.ย.2556 - มี.ค.2557) โดยจำกัดปริมาณให้การช่วยเหลือไม่เกิน 25 ไร่ โดยจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในที่ 10 ก.ย. ทั้งนี้จะมีการใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นจากเดิมวงเงินประมาณ 10,644 ล้านบาท เป็น 21,209.30 ล้านบาท

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า การเพิ่มวงเงินช่วยเหลือในจำนวนเงินดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหายางพาราที่มี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้ตกลงกับแกนนำเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในพื้นที่ภาคใต้ในการประชุมร่วมกันที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา และรัฐบาลได้รับปากกับเกษตรกรในพื้นที่ว่าจะช่วยเหลือให้ราคายางพาราอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 90 บาทต่อกิโลกรัมภายในระยะเวลา 7 -10วัน โดยขณะนี้ราคายางพาราอยู่ที่ 78 บาทต่อกิโกลรัม ดังนั้นหากมีการช่วยเหลือปัจจัยการผลิตในอัตรา 2,250 บาทต่อกิโลกรัม เท่ากับว่ารัฐบาลช่วยเหลือราคายางพาราในอัตรา 12 บาทต่อกิโกลรัม เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ให้ความช่วยเหลืออยู่ที่ 6 บาทต่อกิโกลรัมซึ่งการให้การช่วยเหลือในรูปแบบนี้ยังอยู่บนแนวคิดที่ว่าเป็นการช่วยเหลือปัจจัยการผลิตและไม่เข้าไปแทรกแซงกลไกตลาดยางพารา

"ราคายางพารามีแนวโน้มที่ปรับตัวสูงขึ้นแต่ก็ไม่รู้ว่าราคาจะมีความผันผวนและลดลงเมื่อใด แต่ในขณะนี้กลไกตลาดยังคงเดินหน้าต่อไปตามปกติ ขอให้ทุกคนทำงานต่อไปเช่นเดิม ผู้ส่งออกและภาคเอกชนก็ไม่ต้องกังวลใจเพราะเราไม่ได้ไปยุ่งกับกลไกตลาด ส่วนหากต่อไปราคายางพาราจะปรับตัวดีขึ้นจนเกินกว่า 90 บาทต่อกิโลกรัมก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลดีต่อเกษตรกร แต่หากราคายางพาราผันผวนและต่ำลงก็คิดว่าเกษตรกรก็จะเข้าใจได้ว่ารัฐบาลได้มีการให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งก็หวังว่าเงินที่เพิ่มให้ก็จะส่งผลดีต่อการใช้จ่ายของเกษตรกรด้วยทางหนึ่ง"นายกิตติรัตน์กล่าว