วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

MALEE - ซื้อ

คาดกำไรที่มีแนวโน้มหดตัวในปีนี้จะกลับมาเติบโต23%ในปี 57

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
กำไรสุทธิครึ่งแรกปี 56 ลดลง 41%YoY : ในช่วง 2Q56 มีกำไรสุทธิ 91 ล้านบาทลดลง 37%YoYแต่เพิ่มขึ้น 9%QoQในช่วงครึ่งแรกของปี 56 มีกำไรสุทธิ 175 ล้านบาทลดลง 41%YoYสาเหตุที่ผลการดำเนินงานอ่อนตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเนื่องจาก 1) ยอดขายลดลงจากงานรับจ้างผลิตจากโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่สูงเป็นพิเศษในปี 55 ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติในปีนี้ 2) อัตรากำไรขั้นต้นลดลงราว 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 3) ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มสินค้าที่เป็นแบรนด์ MALEEทำให้มีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโฆษณาสูงขึ้นทั้งนี้กำไรครึ่งแรกของปี 56 คิดเป็น 29% ของประมาณการทั้งปีที่ 852 ล้านบาท
ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 56 ลดลง 51% : จากการที่งานรับจ้างผลิตลดลงจากปี 55 มากประกอบกับงานร่วมผลิตน่าจะเข้ามามากในช่วงปลายปี ทำให้ฝ่ายวิจัยปรับลดสมมติฐานอัตราการเติบโตของรายได้เป็นหดตัว 6% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 35% ส่งผลให้ประมาณการรายได้ใหม่ปี 56 ลดลง 31% เหลือ 5.8 พันล้านบาท การปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นเหลือ 26% จากเดิม 27% และการเพิ่มสมมติฐานสัดส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายเป็น 18% จากเดิม 15.5% ทำให้ประมาณการกำไรสุทธิใหม่ปี 56 ลดลง 51% เหลือ 435 ล้านบาทซึ่งหดตัว 32% จากปี 55
คาดผลประกอบการปี 57 จะกลับมาเติบโตราว 23% : ฝ่ายวิจัยคาดว่าแผนการตลาดในการเพิ่มสินค้าที่เป็นแบรนด์MALEE มากขึ้นและการมีพันธมิตรในการร่วมผลิตมากขึ้นจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของรายได้ในปี 57 ล่าสุดบริษัทร่วมผลิตผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้แบรนด์ "แองกรี้เบิร์ด" โดยกำลังอยู่ระหว่างเจรจารับจ้างผลิตอีกหลายรายฝ่ายวิจัยคาดรายได้ปี 57 จะเติบโตราว 9% จากประมาณการปี 56 และคาดการณ์การกำไรสุทธิว่าจะกลับมาเติบโตราว 23% เป็น 537 ล้านบาทซึ่งเติบโต 23% จากประมาณการปี 56
แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 43.40 บาท : ฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมด้วยProspect PER ที่ระดับ 14 เท่าซึ่งได้เท่ากับ 43.40 บาทยังมี upside จากราคาปิดล่าสุดซึ่งซื้อขายที่ระดับ PER ต่ำเพียง 9.5 เท่าเทียบกับกลุ่มอาหารที่ซื้อขายที่ระดับ PER 22 เท่า ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทได้ประกาศแผนซื้อหุ้นคืนภายในวงเงิน 200 ล้านบาท จำนวนไม่เกิน 10% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดระหว่าง 28 ส.ค. -27 ก.พ.57 น่าจะช่วยพยุงราคาหุ้น นอกจากนี้คาดว่าอัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ในระดับที่สนใจราว 5-6% ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับการลงทุนระยะยาวเพื่อรับเงินปันผล