วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โนเกียจากผู้นำตลาดสู่อ้อมกอดไมโครซอฟท์

ในอดีต โนเกียเคยเป็นผู้นำตลาดที่ไม่มีใครท้าทายในด้านโทรศัพท์มือถือแบบมาตรฐาน

ทั้งยังเคยครอบครองยอดขายสมาร์ทโฟนในช่วงเริ่มแรก โดยระบบซิมเปียนของโนเกียสามารถเจาะตลาดได้มากกว่า 50% ก่อนที่ไอโฟนจะออกวางตลาดเมื่อปี 2550

แต่การรุกของบริษัทแอ๊ปเปิ้ล ประกอบกับความสำเร็จของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิล ถือเป็นการพลิกโฉมตลาด

ภายในไตรมาส 2 ของปีนี้ โนเกียไม่สามารถแม้แต่ติด 5 อันดับแรกของผู้ผลิต ด้วยยอดขายสมาร์ทโฟนลูเมียเพียง 7.4 ล้านเครื่อง

ขณะที่ในแง่ของยอดขายนั้น ซัมซุงครองอันดับ 1 ในหมู่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน โดยในไตรมาสล่าสุดบริษัทขายโทรศัพท์มือถือที่สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้กว่า 71 ล้านเครื่อง ตัวเลขดังกล่าวหมายความว่าซัมซุงผลิตโทรศัพท์มือถือเกือบ 1 ใน 3 ที่มีการจำหน่ายทั่วโลก ตามมาด้วยแอ๊ปเปิ้ลที่ผลิตไอโฟนเกือบ 32 ล้านเครื่อง และส่วนแบ่งตลาดที่ลดลงเหลือ 14% ท่ามกลางการคาดหมายว่าจะมีการออกไอโฟนรุ่นใหม่

ความสำเร็จของซัมซุงมาจากระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ซึ่งปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนมากถึงเกือบ 80% ซึ่งนับว่าสูงเป็นประวัติการณ์

ส่วนผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อื่นๆ อย่างแอลจี หรือเลอโนโว แซททีอี และหัวเหว่ย ก็ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ส่วนระบบปฏิบัติการวินโดว์โฟนของไมโครซอฟท์ ซึ่งใช้ในโทรศัพท์ลูเมียของโนเกียนั้น มีส่วนแบ่งตลาด 3.3% ในสมาร์ทโฟนโลก

ล่าสุดยักษ์ใหญ่ไมโครซอฟท์ก็ได้เข้าซื้อกิจการโทรศัพท์มือถือของโนเกียเป็นมูลค่า 5.44 พันล้านยูโร โดยคาดว่าดีลนี้จะเรียบร้อยราวไตรมาสแรกปี 2557 ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการขออนุมัติจากผู้ถือหุ้น และการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลระดับประเทศ

การที่ไมโครซอฟท์เปิดเผยแผนซื้อกิจการโนเกียนั้น ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เนื่องจากโนเกียเป็นพันธมิตรอันดับ 1 ทำสัญญากับไมโครซอฟท์ว่าจะผลิตสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟนเป็นหลักตั้งแต่ปี 2011

ขณะที่ซีอีโอโนเกีย "นายสตีเฟน อีลอป" จะถูกถ่ายโอนไปอยู่สังกัดไมโครซอฟท์ ซึ่งถือเป็นการคืนรังกลับถิ่นเก่าเนื่องจากอีลอปเคยทำงานที่ไมโครซอฟท์มาก่อนจะมารับตำแหน่งซีอีโอโนเกีย

การตกลงซื้อขายกิจการครั้งนี้เกิดขึ้น 2-3 สัปดาห์ หลังจากวอลล์สตรีทเจอนัล รายงานว่า ไมโครซอฟท์อาจล้มเหลวเจรจาเพื่อซื้อกิจการโนเกีย อย่างไรก็ตาม สตีฟ บอลเมอร์ ยืนยันว่าการซื้อขายกิจการครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งพนักงาน ผู้ถือหุ้น และลูกค้าของ 2 บริษัท

บอลเมอร์ชี้ด้วยว่าการซื้อธุรกิจโทรศัพท์มือถือของโนเกียจะช่วยให้ไมโครซอฟท์ประสบความสำเร็จเร็วขึ้นในตลาดสมาร์ทโฟน ซึ่งวินโดว์ โฟนเป็นแพลทฟอร์มที่เติบโตเร็วที่สุดในทุกวันนี้ โดยขยายตัวถึง 78% เมื่อปีที่แล้ว

ด้านนายอีลอป กล่าวว่า ดีลครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังของ 2 บริษัทที่มีสุดยอดโปรดักส์ เป็นการนำระบบซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุดของไมโครซอฟท์ผสานรวมกับโปรดักส์ที่ได้รับรางวัลดีไซน์ยอดเยี่ยมมียอดขายระดับโลก สร้างความท้าทายใหม่ให้เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมไอที

ด้านนักวิเคราะห์มองว่าการเคลื่อนไหวนี้เป็นความพยายามแข่งขันกับกูเกิลและแอ๊ปเปิ้ล