รัฐบาลฟุ้ง"จีน"เล็งอุดหนุนยางพาราไทย หวังจูงใจนักลงทุน เผยตั้งเป้าร่วมกันเพิ่มมูลค่าการค้าเป็น1แสนล้านดอลลาร์ในปี2015
นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการเดินทางเยือนนครหนางหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ว่า ได้รับมอบหมายจากนายกฯให้สรุปผลการเยือนประเทศจีนครั้งนี้ โดยนายกฯได้มีโอกาสพบปะหารือกับนายหลี่ เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน และนายกฯจีนได้เชิญเยือนจีนเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เรียนเชิญนายกฯจีนมาเยือนประเทศไทย เพื่อร่วมงาน ITU Telecom World 2013ที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพ โดยนายกฯของจีนอาจจะมาร่วมงานด้วยตนเองหรือส่งตัวแทนมาร่วมงาน
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ไทยและจีนตั้งเป้าหมายร่วมกันในการเพิ่มมูลค่าการค้าเป็น 1 แสนล้านดอลล่าร์สหรัฐภายในปี 2015 และจะมีการจัดประชุมคณะกรรมการร่วมการค้า ที่ไทยและจีน ได้มีการทำร่วมกันอยู่แล้ว แต่ไม่มีการประชุมมาระยะหนึ่ง ในที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบร่วมกันระหว่าง 2 นายกฯที่จะใช้กลไกของคณะกรรมการฯชุดนี้พูดคุยกัน ในเรื่องการอำนวยความสะดวก และพัฒนามูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร รวมถึงการดูเรื่องข้าว ยางพารา และสินค้าเกษตรอื่นๆ ว่าจีนจะรับซื้อจากไทยอย่างไร เพิ่มได้อีกเท่าไหร่ รวมถึงการลดอุปสรรคทางการค้า เพราะปัจจุบันไทยยังเจออุปสรรคไม่สามารถนำสินค้าเข้าจีนได้ และมองในระยะไกลที่จะให้จีนตั้งโรงงานในไทย เพื่อแปรรูปสินค้าเกษตร
นายธีรัตถ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศนั้น ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทยเป็นอันดับหนึ่ง และคาดว่าปีนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ จึงมีการหารือถึงเรื่องวีซ่า ที่ขณะนี้ทางการจีนระบุว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาการยกเว้นวีซ่า ให้กับหนังสือเดินทางธรรมดาของคนไทย และหากจีนมีการยกเลิกเมื่อไหร่ ประเทศไทยจะได้เป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่ได้รับสิทธิพิเศษในการให้คนไทยเดินทางไปจีนได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่า
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการหารือเรื่องข้าว ที่จีนประกาศบนเวทีว่ามีความประสงค์จะซื้อข้าวเพิ่มจากไทย1ล้านตัน รวมถึงเรื่องยางพาราที่ปัจจุบันจีนมีความต้องมาก เพราะเป็นวัตถุดิบที่นำมาต่อยอดกับอุตสาหกรรมของจีนได้ ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้หารือกับประธานบริษัทรับเบอร์วัลเลย์ (Rubber Valley) ในจีน ที่ระบุว่าปัจจุบันกำลังการผลิตยางพาราทั่วโลกมีประมาณ 10ล้านตันต่อปี เฉพาะจีนประเทศมีความต้องการยางพาราถึง 1 ใน3 หรือประมาณ 3ล้าน 5 แสนตัน ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการผลิตของไทย จึงถือเป็นความร่วมมือที่สำคัญ ซึ่งจีนมีความสนใจในการลงทุนถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยางพารา รวมถึงการเจรจาซื้อยางพาราจากไทยด้วย
นายธีรัตถ์ กล่าวว่า ได้มีการหารือเรื่องโครงการ Rubber City ของไทย ที่เป็นการพัฒนาเมืองแบบครบวงจร ที่จะมีอุตสาหกรรมแปรรูปยางพาราเกี่ยวเนื่อง และมีการให้สิทธิพิเศษต่างๆ ซึ่งนายกฯจีนจะนำเรื่องดังกล่าวไปแจ้งกับภาคเอกชนของจีน และเชื่อว่าภาคเอกชนจีนจะมาลงทุนในประเทศไทยได้แน่นอน นอกจากนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังได้กล่าวกับนายกฯจีน เรื่องการลงทุนรถไฟความเร็วสูงของไทย ที่จีนสามารถนำเทคโนโลยีมาลงทุนร่วมกันได้ เพื่อแลกกับสินค้าเกษตร อีกทั้งยังมีการเสนอให้จัดประชุมร่วมกันระหว่างไทย จีน และลาว เพื่อสร้างโครงข่ายรถไฟความเร็วสูง ให้กับประชาชนและการขนส่งสินค้าได้สะดวกมากขึ้น









