ฟันด์เมเนเจอร์มองแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเดือนก.ย.สดใส ดัชนีมีโอกาสทดสอบ 1,500 จุด เชื่อหมดข่าวร้ายทุบดัชนี
ภาพรวมการลงทุนตลาดหุ้น และตราสารหนี้ ในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่ามีความผันผวน ท่ามกลางความกังวลเงินทุนไหลออก จากกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เตรียมลดขนาดการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) กดดันตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงต่ำสุดแตะ 1,260 จุด ลดลงกว่า 163 จุด หรือ 11% เทียบกับสิ้นเดือนก.ค.ที่ดัชนีปิดที่ระดับ 1,423 จุด สอดคล้องตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย
ขณะที่ค่าเงินบาทในช่วงปลายเดือนส.ค. อ่อนค่าสอดคล้องกับค่าเงินในภูมิภาค โดยค่าเงินบาทลงไปต่ำสุดที่ 32.21 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าสุดในรอบ 3 ปี
จากความกังวลเงินไหลออกตลาดหุ้น และตลาดตราสารหนี้ ซึ่งรวมแล้วตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนส.ค. มีเงินไหลออกจากตลาดหุ้นและตราสารหนี้กว่า 3 แสนล้านบาท
วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ตลาดหุ้นที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากมีข่าวร้ายเข้ามากระทบถึง 5 ประเด็นด้วยกันคือ 1.ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เตรียมลดขนาดคิวอี 2.เศรษฐกิจไทยชะลอตัว 3.รัฐบาลเร่งผลักดันกฎหมายปรองดอง 4.ความกังวลพ.ร.บ.งบประมาณ และ 5.กังวลว่าสหรัฐเตรียมทำสงครามกับซีเรีย
"ทั้ง 5 ปัจจัย กระทบจิตวิทยาการลงทุนตลาดหุ้นไทย และในช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าหุ้นไทยลงแรงเกินไป เราแนะนำให้ทยอยลงทุนหุ้นเพิ่ม ในช่วงที่แกว่งตัวลดลง"
วิน กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในเดือนก.ย. น่าจะปรับตัวขึ้น เพราะทุกอย่างน่าจะจบในเดือนก.ย. ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.ปรองดอง , พ.ร.บ.งบประมาณ หรือการลดขนาดคิวอี ของธนาคารกลางสหรัฐ ในช่วงกลางเดือนก.ย. จะมีความชัดเจน ทำให้ตลาดตอบรับในเชิงบวก
ส่วนกรอบการเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นในเดือนก.ย. คาดแนวต้านอยู่ที่ระดับ 1,450-1,500 จุด แนวรับไม่น่าจะต่ำกว่า 1,300 จุด
ขณะที่การลงทุนในทองคำ และน้ำมัน แม้ในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันและทองคำ จะเด้งกลับ จากความกังวลสถานการณ์ซีเรีย แน่บลจ.วรรณ ยังไม่แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุน โดยคาดว่าทองคำน่าจะแกว่งตัวในกรอบ 1,350-1,400 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบคาดแกว่งตัวในกรอบ 108-120 ดอลลาร์/บาร์เรล
สุรศักดิ์ ธรรมโม คณะกรรมการลงทุน บลจ.ฟินันซ่า กล่าวว่า เดือน ก.ย.เป็นโอกาสที่จะเริ่มทยอยสะสมหุ้นไทยที่พื้นฐานดี มีหนี้สินต่ำ และศักยภาพทำกำไรสูง ในภาพรวมขณะนี้ ถือราคาหุ้นไทยปรับลงไปมาก ในตลาดเกิดใหม่ ดัชนีปรับลงเป็นส่วนใหญ่สะท้อนการคาดการณ์การลดคิวอี ในเดือน ก.ย. นี้ การเมืองไทยเริ่มนิ่งขึ้นและเกมส์การเมืองกลับไปอยู่ที่รัฐสภา มิใช่บนท้องถนน และประการสำคัญในไตรมาส 2 ปี 56 นี้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลก 3 แห่ง (สหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น) กลับมามีการขยายตัวที่เป็นบวกพร้อมกัน
"จริงอยู่ ในระยะสั้น หุ้นจะปรับลงเพราะ Sentiment โดยรวมในตลาดเกิดใหม่ยังคงไม่ดีจากการลดคิวอี และเรื่องซีเรีย แต่หลังประกาศลดคิวอี ในปลายเดือน ก.ย. ตลาดจะสงบลง"
คณะกรรมการการลงทุน บลจ.ฟินันซ่า กล่าวอีกว่า ความเสี่ยงขาลงเริ่มจำกัดมากขึ้น ดัชนีปรับลงต่ำกว่า 1,300 จุดน่าทยอยสะสมหุ้น แต่มองไปข้างหน้าจะต้องเลือกหุ้นให้ดี เพราะแนวโน้มดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น อัตราเงินเฟ้อเริ่มกลับมา บริษัทที่มีหนี้เยอะ จะมีความเสี่ยงสูง และการลดคิวอี คือการสิ้นสุดของยุคสภาพคล่องล้นเหลือ และดอกเบี้ยต่ำแล้ว









