วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สกย.มีมติงดเก็บเงินเซส4เดือนมีผล2ก.ย.

บอร์ดสกย.มีมติประกาศงดเก็บเงินเซส 4 เดือน มีผล 2 ก.ย.นี้ ด้าน"ยุคล"เตรียมเรียกประชุมผู้ประกอบการหารือมาตรการกระตุ้นราคาซื้อยางจากเกษตรกร

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยางว่า ที่ประชุมได้พิจารณาวาระเร่งด่วนตามข้อเสนอของผู้แทนเกษตรกรชาวสวนยาง เรื่อง การพิจารณาทบทวนการเก็บเงินสงเคราะห์ หรือเงินเซส โดยนำข้อมูลสถานะการเงินของกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางมาพิจารณา พบว่า สามารถบริหารจัดการโดยไม่กระทบการกับการดำเนินงานปกติของส.ก.ย.และการสนับสนุนการปลูกยางของเกษตรกรเป็นระยะเวลา 5-6 เดือน ดังนั้น เพื่อเป็นมาตรการเร่งด่วนที่จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการส่งออกยางสามารถเพิ่มการรับซื้อยางจากเกษตรกรและราคายางมีราคาที่สูงขึ้น ที่ประชุมจึงได้มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกการเก็บเงินเซสเป็นระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งการยกเลิกการเก็บเงินเซสเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ โดยคาดว่าหลังประกาศในราชกฤษจานุเบกษา จะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ 2 กันยายน 2556 - สิ้นเดือนธันวาคม 2556 นี้

สำหรับการพิจารณางดเก็บเงินเซสเป็นระยะเวลา 4 เดือน เหตุผลหลัก คือ เพื่อให้ผู้ประกอบการส่งออกยางมาช่วยซื้อยางกับเกษตรกร ซึ่งจากเดิมที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายเงินเซสในอัตรา 2 บาท/กิโลกรัม เมื่อมีการลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลงก็จะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเพิ่มจำนวนการซื้อยางจากเกษตรกรได้ ขณะเดียวกัน ผู้ส่งออกก็จะมีช่องว่างในการแข่งขันกับคู่ค้ารายอื่น ๆ ในการส่งออกยางไปต่างประเทศได้ ซึ่งได้มอบหมายให้องค์การสวนยาง (อสย.)ประสานผู้ส่งออกเพื่อมาหารือร่วมกันในวันนี้ที่กระทรวงเกษตรฯ ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยยางไปตรวจสต็อกของผู้ส่งออกทุกรายที่มีอยู่ขณะนี้ว่ามีเท่าไหร่และอยู่ที่ไหนบ้าง เพื่อให้การงดเก็บเงินเซสที่กำหนดขึ้นส่งประโยชน์ถึงเกษตรกรได้อย่างแท้จริง

ส่วนเรื่องการใช้ยางในสต็อค 2 แสนตัน เพื่อการบริโภคภายในประเทศนั้น ขณะนี้ก็มีความชัดเจนและเป็นนโยบายรัฐบาลแล้วว่าจะทำไปใช้ในด้านการคมนาคมและซ่อมแซมถนนโดยภายในสัปดาห์หน้าก็น่าจะได้ข้อมูลผลการวิจัยที่กรมทางหลวงดำเนินการในการเรื่องการทำถนนยางพาราว่าจะเกิดปัญหาในด้านจราจรหรือไม่อย่างไร หากไม่มีปัญหาใด ๆ ก็น่าจะเริ่มดำเนินการได้ทันทีเช่นกัน

สำหรับการดำเนินงานตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ฝ่ายเศรษฐกิจที่ได้อนุมัติวงเงินช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรที่มีพื้นที่ยางเปิดกรีดไม่เกิน 10 ไร่ และเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องเท่านั้น ในอัตราการช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตไร่ละ 1,260 บาท วงเงินรวม 5,268 ล้านบาท ซึ่งจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาในวันที่ 3 กันยายนนี้นั้น กระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมดำเนินการแจ้งให้เกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตรมายื่นแสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรสามารถดำเนินการได้ทันทีหลังจากครม.มีมติโดยได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ลงนามถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการระดับตำบลในการตรวจสอบพื้นที่ปลูกยางของเกษตรกร ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ธกส. และเกษตรตำบล เป็นกรรมการ และปลัดตำบลเป็นประธาน เพื่อร่วมกันลงตรวจสอบพื้นที่ปลูกยางเป็นรายแปลงและออกใบรับรองเพื่อเกษตรอำเภอส่งไปยังธ.ก.ส.และจ่ายเงินสดเข้าบัญชีเกษตรกรต่อไป