วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

CKP : ซื้อ

ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” มีปัจจัยหนุนกำไรทั้งระยะสั้นและระยะยาว

กำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่ม หนุนกำไร 2H56 เติบโต


เรายังมุมมองเชิงบวกต่อกำไรปกติของ CKP ในงวดครึ่งหลัง คาดว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรกที่มีกำไรสุทธิ 174 ล้านบาท ปัจจัยบวกหนุนผลประกอบการของ CKP มาจากกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มจาก (1) โครงการบางปะอิน (118M W, ถือหุ้น 65%) เริ่มผลิตไฟฟ้า 28 มิ.ย. 56 และ (2) โครงการเชียงรายโซล่าร์ (8 MW, ถือหุ้น 30%) เริ่มผลิตไฟฟ้า 17 ม.ค. 56 จะมารับรู้เต็มไตรมาสใน 2H56 อย่างไรก็ตามกำไรสุทธิมีโอกาสต่ำกว่าคาดจากผลของค่าเงินบาทที่อ่อนค่า อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเหมือน 2Q56 ที่ผ่านมา


วางเป้าหมายขยายโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์เพิ่ม 100MW


CKP สนใจลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ในประเทศเพิ่มอีก 100 MW จากปัจจุบันมีอยู่ 12MW (ตามสัดส่วนการถือหุ้น) โดยคาดว่าจะทยอยเริ่มผลิตไฟฟ้าปี 2557 – 2560 ล่าสุดภาครัฐฯ ให้ผู้สนใจยื่นเสนอราคาประมูลโครงการฯภายในวันที่ 2 ก.ย. นี้ โดยแผนพัฒนาธุรกิจไฟฟ้ายังคงสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เพิ่มเป็น 3,000 MW (จากเดิม 2,000 MW) โดยในส่วนเพิ่ม 1,000 MW มาจาก (1) โครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์แบบ Solar Rooftops ขนาด 200 MW และ (2) โครงการโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ชุมชนรวม 800 MW โดยมีอัตราค่าไฟที่รัฐส่งเสริมในรูปแบบ FIT


ยังมองหาโอกาสในการลงทุนโรงไฟฟ้าเพิ่มในลาว


ในระยะยาว CKP ยังมองหาโอกาสลงทุนโรงไฟฟ้าในลาวซึ่งยังคงมีศักยภาพในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ปัจจุบันลาวมีโครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้างรวม 4,893 MW และพร้อมที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการผลิตไฟฟ้าเอกชนเข้าร่วมพัฒนาฯ อีก 13,789 MW บริษัทคาดหมายจะเป็นหนึ่งในผู้ร่วมพัฒนาฯ โดยมีเป้าหมายส่วนแบ่ง 1,000 MW (คิดเป็น 7% ของทั้งหมด) โดยปัจจุบัน CKP มีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ได้แก่ โครงการน้ำบาก คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างปลายปี 2557 และเริ่มดำเนินการผลิตในปี 2561


ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากผลตอบแทนการลงทุนที่น่าสนใจ


เราปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” เนื่องจากปัจจุบัน CKP ให้ผลตอบแทนรวมสูงถึง 23% แม้จะมี PER สูง 36 เท่า แต่กับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกำไรสุทธิปี 2556 ขณะที่ระยะยาว (ปี 2557 – 2560) เราคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ของกำไรสุทธิจะสูงถึง 46% ต่อปี ด้านมูลค่าเหมาะสมยังมี Upside จากโครงการไซยะบุรีอีก 7.60 บาท (ยังไม่ได้รวมอยู่ในประมาณการ) รวมทั้งมูลค่าเพิ่มจากการขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ในไทยและโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว