การชูนโยบายการเป็นศูนย์กลางการศึกษาด้านการออกแบบของอาเซียน พร้อมทั้งประกาศความพร้อมในการเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industries)
ซึ่งเป็นหนึ่งยุทธศาสตร์หลักของประเทศไทย และถือเป็นวาระที่สำคัญของสถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ในการก้าวสู่ทศวรรษที่สองของการเรียนการสอนด้านแฟชั่นและการออกแบบในไทย
12 ปีของการเรียนการสอนในฐานะองค์กรไม่แสวงผลกำไร โดยก่อตั้งขึ้นในปี 2543 จากแนวคิดริเริ่มของพระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร) เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล สุขุมวิท 101 ที่ต้องการพัฒนานักออกแบบไทยให้เป็นที่ยอมรับและสู้ได้ในเวทีระดับโลก
ต่อเมื่อกระแสประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)เดินทางมาถึง ดร.สาคร สุขศรีวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ หรือ ซี.ไอ.ดี.ไอ.ชนาพัฒน์ มองว่าถึงเวลาแล้วที่ สถาบันฯ จะยกระดับตัวเองสู่การเป็นศูนย์กลางด้านออกแบบของอาเซียน
ซึ่งการจะก้าวไปสู่จุดนั้นได้คงต้องมองถึงความเข้มแข็งที่ตัวเองมี รวมถึงความพร้อมทั้งวิสัยทัศน์ และ องค์กร โดยทั้ง 3 มิติความพร้อมที่ ดร.สาคร กล่าวถึงมาจากการต่อยอดความสำเร็จในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา
มิติแรกด้านโครงสร้างการบริหารจัดการ ด้วยการบริหารงานในรูปแบบขององค์กรที่ไม่แสวงหากำไรทำให้สถาบันฯ แห่งนี้ไม่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณเมื่อเทียบกับองค์กรที่ขับเคลื่อนด้านความคิดสร้างสรรค์อื่นๆ เห็นได้จากเมื่อวางเป้าหมายและภารกิจที่ต้องการจะเป็นสถาบันฯ ที่สร้างนักออกแบบรุ่นใหม่ ทำให้การวางหลักสูตร และบุคลากรที่จะสอนกำหนดไว้อย่างชัดเจน
เริ่มจากโครงสร้างองค์กรที่กำหนดให้มีฝ่าย International Ralation ทำหน้าที่ประสานงานและเผยแพร่ข้อมูลกับต่างประเทศ ในขณะเดียวกันก็ได้ให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านเว็บไซต์ www.chanapatana.com ทั้งเพื่อเผยแพร่ข้อมูล และเป็นช่องทางในการสรรหาอาจารย์เก่งๆ จากทั่วโลก
มิติของหลักสูตรการเรียนการสอน ตั้งแต่แรกเริ่มกับสองหลักสูตรด้านการออกแบบ ได้แก่ สาขาวิชาออกแบบตกแต่งภายในและผลิตภัณฑ์ (Diploma ofInterior and Product Design) และสาขาวิชาออกแบบแฟชั่น (Diploma ofFashion Design) ด้วยจุดเด่นของหลักสูตรที่ใช้จากต้นแบบประเทศอิตาลี และการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เริ่มเปิดสอนได้กลายเป็นจุดแข็งในวันที่ ซี.ไอ.ดี.ไอ.ชนาพัฒน์ จะยกระดับตัวเองสู่อาเซียนมากขึ้นนับจากนี้
"ที่ผ่านมาเราเน้นพัฒนานักออกแบบโดยเรียนเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ทำให้การปรับเพิ่มน้ำหนักสู่การเรียนการสอนที่เน้นบรรยากาศสากลมากขึ้นในช่วง 1-2 ปีมานี้โดยที่ผ่านมามีนักศึกษาจากต่างประเทศมาเรียนที่นี่แล้วประมาณ 5% ซึ่งเตรียมจะปรับเพิ่มให้เป็น 25% ในอีก 3 ปีข้างหน้า วันนี้ก็เริ่มเห็นถึงความแตกต่างได้ว่า จากเดิมมีนักศึกษาจากแคนาดา ฝรั่งเศสมาเรียน แต่วันนี้เริ่มเห็นผู้เรียนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเพิ่มเติม อาทิ อินโดนีเซีย เวียดนาม และ มาเลเซีย เป็นต้น"
ปัจจุบัน ซี.ไอ.ดี.ไอ.ชนาพัฒน์ รับนักศึกษาได้ปีละ 160 คน แบ่งออกเป็น 4 ห้องเรียนๆ ละ 30-40 คน โดยมีอาจารย์ต่างชาติ 4 คนในปัจจุบัน ดร.สาคร บอกเมื่อเทียบจำนวนผู้เรียนกับผู้สอนแล้วถือว่าอยู่ในสัดส่วนที่สูงมาก ซึ่งในอนาคต เตรียมสรรหาอาจารย์จากต่างประเทศเพิ่มอีก 3-6 คน รวมแล้วประมาณ 10 คน ก็ยิ่งสะท้อนถึงคุณภาพของการเรียนการสอนมากขึ้น
ในส่วนของทิศทางการพัฒนาหลักสูตรใหม่ยังคงโฟกัสอยู่ที่ 2 ส่วนหลัก ก็คือ Fashion กับ Interior Design เพียงแต่การต่อยอดจะขยายบทบาทให้ครอบคลุมมากขึ้นในส่วนของต้นน้ำ-กลางน้ำ ตัวอย่างเช่น ในหมวดของ Interior Design อาจต้องมองย้อนกลับไปถึงการสร้างสรรค์ Material หรือ Merchandise ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนได้เห็นกระบวนการทั้งระบบ ผลิต ออกแบบ และ การตลาด
ทั้งนี้ การเปิดรับนักศึกษาจะดำเนินการเพียงปีละ 1 ครั้งในช่วงสิงหาคม-กันยายนของทุกปี จากนั้่นจะใช้เวลาในการเรียนประมาณ 20 เดือนต่อรุ่น
จากการปรับเพิ่มศักยภาพในส่วนของการบริหารจัดการให้สอดรับกับการก้าวสู่ศูนย์กลางการศึกษาด้านการออกแบบของอาเซียน และการสร้างบรรยากาศการเรียนการสอนที่เป็นนานาชาติมากขึ้น ดร.สาคร บอกจะสนับสนุนให้ ซี.ไอ.ดี.ไอ.ชนาพัฒน์ เป็นที่ยอมรับมากขึ้น จากจุดยืนขององค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร การโฟกัสที่จะผลิตนักออกแบบมืออาชีพ และความได้เปรียบของอัตราค่าเรียนที่ต่ำกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนในหลักสูตรใกล้เคียงกัน อีกทั้งจุดเด่นของประเทศไทยในการเป็นประเทศท่องเที่ยวที่มีค่าครองชีพไม่สูงนัก เหล่านี้ล้วนเป็นแม่เหล็กที่ดึงให้นักศึกษาและอาจารย์เก่งๆ จากทั่วโลกโดยเฉพาะในประเทศอาเซียนสนใจเข้ามาศึกษาที่นี่
"ทื่ผ่านมาได้กำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อประสานงาน สนับสนุน และช่วยเหลือแก่นักศึกษาต่างชาติอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ วีซ่า การหาที่พักและอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตทั้งในเวลาเรียนและนอกเวลาเรียนให้กับผู้เรียนชาวต่างชาติซึ่งจะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายเพื่อสามารถพัฒนาตนเองจนเป็นนักออกแบบที่ได้มาตรฐานตามหลักสูตรของอิตาลี รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านอาคารสถานที่ ล่าสุด CIDI world อาคารที่ก่อสร้างมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทสำหรับเป็นอาคารเรียนที่มีอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการออกแบบเป็นการเฉพาะแห่งเดียวของประเทศไทย"
นอกจากสองมิติที่ดำเนินการ ล่าสุด บีโอไอ ได้ยกให้ ซี.ไอ.ดี.ไอ.ชนาพัฒน์ เป็นองค์กรต้นแบบในการดำเนินงานแก่องค์กรด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย ทั้งในด้านการเปิดโอกาสให้แก่ผู้ที่มีใจรักด้านการออกแบบ กระบวนการการพัฒนานักออกแบบ และนโยบายการบริหารงาน
ความสำเร็จตลอด 12 ปีที่ผ่านมา ดร.สาคร บอก ซี.ไอ.ดี.ไอ.ชนาพัฒน์ ผลิตนักออกแบบมาแล้วกว่า 600 คน ส่วนใหญ่สำเร็จการศึกษาขั้นต่ำปริญญาตรีในสาขาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ เช่น นิติศาสตร์ แพทย์ บริหารธุรกิจ และอื่นๆ ขอแค่เริ่มต้นจากใจรัก และ จากนั้นมาเริ่มต้นสร้างแรงบันดาลใจ มุมมอง และทักษะ เพื่อพัฒนาตัวเองให้เป็นนักออกแบบมากฝีมือ ซึ่งยืนยันได้จากผลงานที่เป็นรูปธรรมจากศิษย์เก่าที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ อาทิ รางวัลจากการประกวดผลิตภัณฑ์นานาชาติในงาน Echi di Luce ที่ประเทศอิตาลี รางวัลประกวดการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่จัดขึ้น ณ ประเทศนิวซีแลนด์และประเทศแคนาดารวมถึงได้รับคัดเลือกให้จัดแสดงผลงานแฟชั่นในงาน Fashion Week ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น, กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน, และสิงคโปร์ เป็นต้น









