ประกาศระดมทุนก้อนใหญ่ผ่านการตั้ง Infra Fund
ประเด็นข่าว
ที่ประชุมบอร์ด JAS อนุมัติ 1) จัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund: IFF) มูลค่า 5-7 หมื่นล้านบาทโดยให้บริษัท/บริษัทย่อยขายหรือให้เช่าโครงข่ายบรอดแบรนด์ทั่วประเทศได้แก่ โครงข่ายใยแก้วนำแสง 6.1 แสนคอร์กิโลเมตร, Access Node 1.6 หมื่น Node และ Cable ที่เชื่อมโยงถึงลูกค้าทั้งหมด โดยทรัพย์สินดังกล่าวมีมูลค่าตามบัญชีสุทธิ สิ้นสุดเดือน มิ.ย.จำนวน 1 หมื่นล้านบาท 2) ให้บริษัท/บริษัทย่อย เข้าลงทุนในกองทุน IFF ประมาณ 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนกองทุน เป็นเงินลงทุนราว 1.7 – 2.3 หมื่นล้านบาท และ 3) บริษัท/บริษัทย่อย เช่ากลับหรือเช่าช่วงทรัพย์สินเพื่อดำเนินธุรกิจต่อไป โดยบริษัทมีแผนใช้เงินรองรับการขยายโครงข่าย FTTx และเพิ่มสัดส่วนลูกค้า FTTx ให้ถึง 50% ใน 3 ปีข้างหน้า
ผลกระทบ
เลือกระดมทุนด้วยการตั้ง IFF เราประหลาดใจกับการระดมทุนด้วยการขายทรัพย์สินเพื่อจัดตั้ง IFF เนื่องจากมองว่า JAS มีทางเลือกระดมทุนจากฐานะการเงินที่ดี โดยงบรวม 2Q56 มีอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุน 0.11 เท่า กรณีบริษัทเพิ่ม D/E เป็น 1 เท่า คาดจะระดมทุนผ่านเงินกู้ได้ราว 1 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทมี EBITDA ต่อปี 5-6 พันล้านบาท เพียงพอต่อเงินลงทุนขยายโครงข่ายต่อปีประมาณ 2 พันล้านบาท
ระยะสั้นมีประเด็นบวกกำไรจากการขายทรัพย์สิน กรณีตั้ง IFF สำเร็จเราประเมินการขายทรัพย์สินครั้งนี้สูงกว่ามูลค่าตามบัญชีสุทธิราว 5 – 7 เท่า และบริษัทจะบันทึกกำไรจากการขายทรัพย์สินหลังหักภาษีประมาณ 3.2 – 4.8 หมื่นล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 4.48 – 6.73 บาท
ผลกระทบต่อการดำเนินงานระยะยาวไม่ชัดเจน เรามีข้อมูลจำกัดในการประเมินค่าใช้จ่ายและมูลค่าหุ้นส่วนเพิ่มจากการตั้ง IFF ได้เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลสำคัญ คือ 1) ค่าเช่าโครงข่ายเพื่อประเมินการประหยัดต้นทุนเทียบกับค่าเสื่อมราคาต่อปี 1.3 พันล้านบาท และ 2) เงินลงทุนโครงข่ายและขยายฐานลูกค้า FTTx อาจทำให้ JAS มีค่าเสื่อมราคาใหม่สูงขึ้น จึงต้องติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัท









