ไมโครซอฟท์กับภารกิจสรรหาซีอีโอใหม่ หลังซีอีโอประกาศเกษียณอายุ
การประกาศเกษียณอายุตัวเองอย่างกระทันหันของ "สตีฟ บอลเมอร์" หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ) ไมโครซอฟท์ ทำให้ผู้ที่จะมารับตำแหน่งต่อจากเขาต้องเผชิญภาระอันยิ่งใหญ่ ในการทำให้บริษัทที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่สุดของโลก กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ท่ามกลางการแข่งขันอย่างรุนแรงในอุตสาหกรรม
บอลเมอร์วัย 57 ปี และบิล เกตส์ เพื่อนรักสมัยเรียน และผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ ได้สร้างบริษัทแห่งนี้ ให้กลายมาเป็นเครื่องจักรทำกำไร ซึ่งจนถึงวันนี้ ผลิตภัณฑ์ของบริษัท อย่างระบบปฏิบัติการ "วินโดวส์" ยังเป็นทางเลือกในการทำงานสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) เกือบ 305 ล้านเครื่องที่จำหน่ายไปทั่วโลกในปีนี้
อย่างไรก็ดี หากนำคอมพิวเตอร์ชนิดอื่นๆ เข้ามารวมด้วย ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน แทบเล็ต และอุปกรณ์มือถืออื่นๆ ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ส่วนแบ่งในตลาดของไมโครซอฟท์ จะลดลงมาเหลือเพียง 15% เท่านั้น เมื่อพิจารณาจากการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของคู่แข่ง อย่างแอปเปิ้ล และกูเกิล
การเตรียมลงจากตำแหน่งซีอีโอไมโครซอฟท์ กลายเป็นข่าวที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างมากจากนักลงทุนในตลาด ด้วยราคาหุ้นไมโครซอฟท์ที่พุ่งขึ้นไปถึง 7% ปิดซื้อขายเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วที่ 34.75 ดอลลาร์ต่อหุ้น นับเป็นการขึ้นในวันเดียวมากสุดในรอบกว่า 4 ปี
จนถึงขณะนี้ ไมโครซอฟท์ยังคงเป็นยักษ์ใหญ่ด้านการเงินอยู่ โดยในปีงบการเงินล่าสุด นับถึงวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา บริษัททำรายได้เกือบ 78,000 ล้านดอลลาร์ หรือเทียบเป็นค่าเฉลี่ยได้เท่ากับการทำยอดขายมูลค่า 150,000 ดอลลาร์ ในทุกๆ นาที และเมื่อปีที่แล้ว บริษัทมีกำไรมากถึง 21,860 ล้านดอลลาร์ อันเป็นตัวเลขที่สร้างความอิจฉาให้กับแทบทุกอุตสาหกรรม
ไมโครซอฟท์ระบุว่า บริษัทจะพิจารณาทั้งบุคคลภายใน และภายนอกบริษัท ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการขึ้นมาแทนที่บอลเมอร์ ที่จะยังอยู่ในตำแหน่งซีอีโอต่อไปอีก 12 เดือน การประกาศที่สร้างความประหลาดใจไปทั่วนี้ บ่งชี้ว่าบริษัทยังไม่ได้มีแผนที่จะหาผู้สืบทอดตำแหน่ง และยังเกิดขึ้นเพียง 6 สัปดาห์ หลังจากที่บอลเมอร์ดำเนินการโยกย้ายฝ่ายบริหารทั้งหมด โดยไม่มีการเจาะจงชัดเจนว่าใครจะเป็นเบอร์ 2 ต่อจากเขา
นักวิจารณ์ ระบุว่า ว่าที่ผู้นำคนใหม่ของไมโครซอฟท์ ต้องละทิ้งนโยบายของซีอีโอรายนี้ ที่พยายามจะปกป้องผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่บริษัทเอาไว้ อย่างการไม่ให้ผู้ที่ไม่ได้ใช้อุปกรณ์ของไมโครซอฟท์ อาทิ เจ้าของเครื่องไอโฟน ได้ใช้โปรแกรมออฟฟิศอย่างเสรี เพราะการทำเช่นนั้น ทำให้เกิดการแตกแยกภายในบริษัท และทำให้บริษัทต้องสูญเสียผู้ใช้งานที่เป็นคนรุ่นใหม่ๆ
อาลี พาร์โทวี เจ้าของกิจการ ที่ขายบริษัทของตัวเองให้กับไมโครซอฟท์ แสดงความเห็นว่า ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์รายนี้ ต้องการผู้นำที่มีอายุน้อย เป็นคนที่สามารถคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ และต้องการที่จะปรับเป้าหมายของบริษัทเสียใหม่
กระนั้น ผู้สังเกตการณ์จำนวนมาก ไม่มั่นใจว่า การเปลี่ยนตัวผู้นำใหม่ จะเป็นการเคลื่อนไหวที่มากพอ ที่จะทำให้ไมโครซอฟท์สามารถรักษาธุรกิจเอาไว้ได้ ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังมีการแข่งขันอย่างดุเดือด









