ประธานหอการค้าไทย-แคนาดา มั่นใจศก.ไทย ไม่ถอนการลงทุน ชินการเมืองร้อนแรง ชี้ปัญหาสะสมมาเกือบ 10 ปี แนะรัฐใส่ใจส่งออกข้าว เหตุค้างโกดังอีกมาก
นายปีเตอร์ เจ.แวน ฮาเรน ประธานสภาหอการค้าไทย-แคนาดา ให้สัมภาษณ์ในรายการ Morning News ของกรุงเทพธุรกิจทีวีว่า นักลงทุนต่างชาติยังไม่มีแนวคิดที่จะย้ายฐานการผลิตจากไทยไปประเทศอื่นๆ แม้ดัชนีตลาดหุ้นจะปรับลดลงอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากการพิจารณาการลงทุนในไทยไม่ได้มองแค่ดัชนีตลาดหุ้น แต่จะดูที่พื้นฐานและเศรษฐกิจของประเทศเป็นหลัก ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ต่างชาติออกมาระบุว่า เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะถดถอยทางเทคนิคเท่านั้น ไม่ได้อยู่ในภาวะถดถอยจริงๆ นักลงทุนต่างชาติจึงไม่กังวลในเรื่องนี้มากนัก
"ถ้าเราพิจารณาแค่ดัชนีตลาดหุ้น ก็ชี้ชัดได้เลยว่าเศรษฐกิจไทยมีปัญหา เพราะหุ้นปรับลดลงต่อเนื่อง แต่เราก็ต้องย้อนดูว่าที่ผ่านมาดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้นมาจากอะไร ปรับขึ้นที่ผ่านมา มันขึ้นมาจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศที่กำลังพัฒนา เมื่อเข้าซื้อได้ก็ต้องขายได้เป็นปกติ แต่หากพิจารณาโดยรวมถึงตัวเลขการส่งออกที่ลดลงและจีดีพีที่ชะลอตัว นักวิเคราะห์ก็ออกมาระบุแล้วว่ามันคือการถดถอยทางเทคนิคเท่านั้น เราเลยไม่ห่วงเท่าไร เพราะตัวเลขการว่างงานของไทยต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในโลก และไม่มีแนวโน้มที่จะเกิดวิกฤตเหมือนที่ผ่านมา"
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า นักลงทุนต่างชาติไม่ได้ให้ความสำคัญกับสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยมากนัก แต่จะพิจารณาการลงทุนจากเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากมองว่าความขัดแย้งทางการเมืองไทยร้อนแรงเช่นนี้มาเกือบ 10 ปี แล้ว นักลงทุนส่วนใหญ่จึงเริ่มชิน และไม่กังวลมากนัก
ทั้งนี้ มองว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศซึ่งมีแนวโน้มลดลงในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะรถยนต์และข้าว และเป็นการส่งออกสำคัญของประเทศ
"เราต้องยอมรับว่าจีดีพีของประเทศก็มาจากอุตสาหกรรมในประเทศเป็นตัวผลักดัน แต่ตอนนี้อุตสาหกรรมในประเทศเริ่มชะลอตัวลง ทั้งรถยนต์และข้าว ซึ่งข้าวถือเป็นสินค้าส่งออกของไทยที่สำคัญมาก และที่ผ่านมายอดการส่งออกก็ตกลงไปเยอะ เราควรดูแล เพราะยังมีที่ไม่ได้ขายออกไปอีกเยอะ"
ส่วนการชะลอหรือยกเลิกมาตรการคิวอีของสหรัฐนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากแสดงให้เห็นว่าเศรษบกิจสหรัฐปรับตัวดีขึ้น และเมื่อเศราบกิจดีขึ้นก็ย่อมมีการลงทุนไปยังประเทศอื่นๆเพิ่มขึ้นด้วย









