ส.อ.ท.ชี้บาทอ่อนค่าส่งผลดีต่อผู้ส่งออก แนะซื้อประกันความเสี่ยงค่าเงิน ลดผลกระทบผันผวน ยันผู้ส่งออกไม่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า เงินบาทอ่อนค่าลงเป็นสถานการณ์ที่ดีต่อผู้ส่งออกแต่ก็ตเองมีการบริหารจัดการเพื่อลดความเสี่ยงลง ซึ่งสถานการณ์ค่าเงินบาทผันผวนไม่ว่าจะอ่อนค่าหรือแข็งค่าทำให้ผู้ส่งออกต้องซื้อประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไว้ โดยการส่งมอบสินค้าจะอยู่ที่ 3-6 เดือน ทำให้ผู้ส่งออกต้องทำประกันอัตราแลกเปลี่ยนไว้เพราะถ้าถึงเวลาส่งมอบแล้งเงินบาทแข็งค่าขึ้นก็จะขาดทุนกำไร ซึ่งในช่วงนี้ผู้ส่งออกจะทยอยรับซื้อประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนในระดับที่ผู้ส่งออกพอใจหรือเพื่อรอดูทิศทางค่าเงินว่าจะอ่อนค่าลงอีกหรือไม่
นายวัลลภ กล่าวว่า ผู้ส่งออกไม่ได้หารายได้จากอัตราแลกเปลี่ยนแต่จะต้องบริหารจัดการเพื่อไม่ให้อัตราแลกเปลี่ยนเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจ ซึ่งการซื้อประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนระยะยาว 6 เดือน จะมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่า 3 เดือน โดยหลังจากนี้ค่าเงินบาทอาจจะอ่อนค่าลงอีกเมื่อสหรัฐมีแผนที่จะยกเลิกนโยบายคิวอีเร็วขึ้นจะส่งผลให้เงินทุนไหลออกอีก แต่ถ้าเงินบาทเงินบาทอ่อนค่าลงเร็วจะทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาแทรกแซงเพื่อไม่ให้ค่าเงินผันผวนเพราะจะกระทบกับเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้ผู้ส่งออกไม่คาดหวังว่าเงินบาทจะอ่อนค่าไปมากกว่านี้และต้องทำประกันความเสี่ยงอัตราแกลเปลี่ยนไว้
นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ที่ปรึกษาสภาผุ้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า เงินบาทอ่อนค่ามากในขณะนี้ไม่ได้เกิดประโยชน์กับการส่งออกมากนัก เพราะตลาดมีข้อจำกัดเรื่องกำลังซื้อ ซึ่งทำให้สินค้าที่ผู้นำเข้าสั่งซื้อไปก่อนหน้าขายได้น้อยและมีสต็อกเหลือมาก และผู้นำเข้าขอต่อรองราคามากขึ้นเพื่อให้มีโอกาสขายสินค้าได้มากขึ้น รวมทั้งค่าเงินอ่อนทั้งภูมิภาคทำให้เงินบาทที่อ่อนค่าลงไม่ได้ทำให้ผู้ส่งออกไทยได้เปรียบประเทศคู่แข่ง แต่ถ้าเทียบช่วงที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่ามากกว่าประเทศเดียวและทำให้ผู้ส่งออกไทยแข่งขันด้านราคาไม่ได้
นายกวี พฤกษาพรพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท แอ๊ดด้า ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เงินบาทที่อ่อนค่าลงจะทำให้ผู้ส่งออกที่ขายในรูปดอลลาร์ได้รับเงินบาทมากขึ้น โดยคำสั่งซื้อจากต่างประเทศของแอ๊ดด้ายังปกติเพราะขายสินค้าในแบรนด์ของตัวเองทำให้มีมูลค่าเพิ่มสูง
ส่วนการผลิตจะใช้วัตถุดิบนำเข้าประมาณ 30 % และในช่วงที่เงินบาทอ่อนค่าลงจะมีผลต่อราคาสินค้านำเข้าทำให้ต้องวางแผนนำเข้าวัตถุดิบแต่ละช่วงให้ดี ซึ่งบริษัทจะต้องนำเข้าเคมีภัณฑ์จากต่างประเทศมาใช้ก็จะดูว่าแต่ละช่วงถ้าผู้ผลิตในประเทศมีสต็อกมากและราคาในประเทศถูกกว่าจะจะปรับมาใช้เคมีภัณฑ์ในประเทศแทน โดยผู้ประกอบการต้องการให้ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพมากกว่าเพื่อจะได้ใช้เป็นฐานการในการคำนวณรับคำสั่งซื้อและสั่งซื้อวัตถุดิบได้ดีกว่านี้









