วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักเศรษฐศาสตร์ชี้บาทอ่อนเร็วเกินพื้นฐาน

นักเศรษฐศาสตร์ชี้บาทอ่อนค่าต่ำสุดรอบ 3 ปี ทะลุ 32 บาทต่อดอลลาร์ เร็วเกินปัจจัยพื้นฐาน เหตุต่างชาติห่วงตัวเลขขาดดุลบัญชีเดินสะพัด

นายกำพล อดิเรกสมบัติ เศรษฐกรอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ กล่าวว่า เงินบาทในช่วงนี้ถือว่าอ่อนค่าเร็วเกินไป(Overshoot) ซึ่งเป็นผลจากการที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มกังวลกับเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยหลายประเทศเริ่มมีปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ขณะที่ ตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับลดโครงการซื้อพันธบัตร ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในเดือนหน้า ส่งผลให้เงินสกุลต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียอ่อนค่าลงถ้วนหน้า ซึ่งรวมถึงค่าเงินบาทด้วย

เงินบาท/ดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.75% อยู่ที่ 32.07 ในช่วงเช้านี้ ขณะที่เปโซ, ริงกิต, วอน, รูเปียห์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เช่นกัน ริงกิตดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปีในช่วงเช้านี้ ริงกิตร่วงลงถึง 0.8% มาที่ 3.3200 ต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับ ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย.2010 เมื่อดูจากปัจจัยทางเทคนิค คาดว่าริงกิตจะร่วงแตะระดับ 3.3345 ต่อดอลลาร์

"ผมว่าเงินบาทมัน Overshoot เกินไป อาจเพราะต่างชาติเริ่มกังวลเกี่ยวกับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ อย่างอินโดนีเซียเอง ก็มีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดราว 3-4% ของจีดีพี ส่วนของไทยช่วงครึ่งปีแรกก็มีผลขาดดุลอยู่เล็กน้อย”นายกำพลกล่าว สภาพัฒน์รายงานว่า ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาสองสูงเท่ากับ 5.1% ของจีดีพี แต่ครึ่งแรกของปีขาดดุลต่ำกว่าที่ระดับ 1.9%ของจีดีพี

เศรษฐกรอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ เชื่อว่า เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้ โดยเฉพาะภาคการส่งออก ซึ่งน่าจะทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยกลับมาสมดุลหรือเกินดุลได้เล็กน้อย ซึ่งถ้าจะขาดดุลก็คิดว่าคงไม่เกิน 1% ของจีดีพี ดังนั้นจึงมีแนวโน้มว่า เงินบาทอาจกลับมาแข็งค่า โดยเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 31.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ได้ในช่วงปลายปีนี้