เซ็นทรัลพัฒนา" เลื่อนเปิดศูนย์การค้าที่มาเลเซียจากปี 2558 เป็นปี 2559 แต่ยังเดินหน้าเจาะตลาดต่างประเทศเพิ่ม เล็งเปิดห้างที่อินโด-เวียดนาม
นายนริศ เชยกลิ่น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินบัญชีและบริหารความเสี่ยง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา หรือ CPN เปิดเผยว่า บริษัทยังเดินแผนขยายธุรกิจไปต่างประเทศต่อเนื่อง โดยปี 2559 เชื่อจะสามารถเปิดให้บริการศูนย์การค้าที่มาเลเซียได้ จากเดิมที่เคยกำหนดจะเปิดให้บริการได้ในปี 2558 นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตร เพื่อทำธุรกิจศูนย์การค้าในประเทศเวียดนาม และอินโดนีเซียเช่นกัน ยังไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาเรื่องการไปลงทุนในอินโดนีเซีย และเวียดนาม
"เรื่องไปต่างประเทศก็มีดูอยู่ตลอด อย่างมาเลเซียก็จะเปิดศูนย์การค้าได้ปี 2559 จากแผนเดิมที่จะเปิดในปี 2558 ส่วนอินโดนีเซีย เวียดนามยังคุยอยู่ ยอมรับว่าอินโดนีเซียไม่ค่อยคืบหน้าเท่าไหร่ ติดอยู่หลายเงื่อนไขแต่ก็ยังสนใจไปทำธุรกิจ นอกจากนี้ก็ยังมีประเทศพม่าซึ่งกำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการหาพื้นที่และทำเล ซึ่งก็คงไม่ยาก เพราะที่ดินของรัฐบาล"
การขยายธุรกิจ บริษัทยังคงดำเนินการตามแผน ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อศูนย์การค้าเดิมมาพัฒนาเป็นศูนย์การค้าของบริษัท แต่ยังไม่ข้อสรุป ทั้งนี้ บริษัทมีแผนระยะ 3 ปี (2557-2559) จะเพิ่มพื้นที่ให้เช่าอีก 30% หรือเพิ่มเป็น 1.7 ล้านตารางเมตร จากเดิมที่มีพื้นที่ให้เช่า 1.2 ล้านตารางเมตร โดยจะเปิดศูนย์การค้าใหม่ในปี 2557 จำนวน 3 แห่ง ในปี 2558 เปิดศูนย์การค้า 4 แห่ง โดยเป็นศูนย์การค้าในต่างประเทศ 1 แห่ง และปี 2559 จะเปิดศูนย์การค้าเพิ่มอีก 4-5 แห่ง รวมกับศูนย์การค้าในประเทศมาเลเซีย
บริษัทจัดสรรงบลงทุนไว้ 1.2-1.4 หมื่นล้านบาท สำหรับการลงทุนสร้างศูนย์การค้าแห่งใหม่ และการซื้อกิจการ รวมทั้งการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ โดยแหล่งเงินหลักจะมาจากกระแสเงินสดจากกรดำเนินงาน และกู้ยืมสถาบันการเงิน โดยปัจจุบันบริษัทกู้ได้อีกหมื่นล้านบาท มีอัตราหนี้สินต่อทุนที่ 0.52 เท่า และมีนโยบายควบคุมอัตราหนี้สินต่อทุนไม่ให้เกิน 1 เท่า
เขากล่าวอีกว่า ปีหน้าบริษัทจะเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 4,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาปรับโครงสร้างการเงิน 2,000 ล้านบาท และที่เหลือจะใช้เพื่อขยายศูนย์การค้า โดยจะนำเรื่องเสนอขายหุ้นกู้ เข้าหารือที่มีประชุมคณะกรรมการภายในปีนี้
ขณะนี้ บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแผนนำพื้นที่ออฟฟิศ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, พระราม 9 และบางนา เข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ CPNCG ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการศึกษาและยังไม่ได้ข้อสรุป และหากได้ข้อสรุป ก็จะเริ่มดำเนินการปีหน้า
ส่วนการนำศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่เข้ากองทุน CPNRF มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างดูภาวะตลาดก่อน หากภาวะตลาดเอื้ออำนวยอาจจะเป็นช่วงไตรมาส 4 แต่หากดูแล้วภาวะตลาดยังไม่เหมาะสมก็อาจจะเป็นต้นปีหน้า
นายนริศกล่าวว่า บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้รวมปีนี้ เติบโตไม่ต่ำกว่า 15% โดยในงวด 6 เดือนแรกปีนี้ บริษัทมีรายได้รวม 10,728 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.56% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 8,898 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิงวด 6 เดือนแรกปีนี้ อยู่ที่ 3,083 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.89% จากงวดเดียวกันปีที่แล้วที่มีกำไรสุทธิ 2,235 ล้านบาท
แนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลัง บริษัทเชื่อว่าจะเติบโตจากครึ่งปีแรก อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตอาจไม่เท่ากับในครึ่งปีแรกเพราะศูนย์การค้าแห่งใหม่กำลังจะเปิดตัวในปลายปีนี้ ทำให้รับรู้รายได้เข้ามาไม่มาก อย่างไรก็ตาม หากประเมินด้านกำลังซื้อผู้บริโภค และอัตราการเข้าใช้บริการ (TRAFFIC) แล้ว เชื่อว่ายังเติบโตได้ตามปกติ
"เรื่องภาวะเศรษฐกิจก็มองว่าเป็นการถดถอยทางเทคนิค มองว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ และกำลังซื้อก็ยังมีอยู่ แต่ก็ยอมรับว่ามีความกังวลอยู่บ้าง และอยากให้สัญญาณเศรษฐกิจยังมีความหวัง"







