GDP ใน 2Q56 ของไทยขยายตัวเพียง 2.8% yoy ต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ +3.3% yoy
NIKKEI 13,758.13 +0.8%
ปิดบวกเป็นวันแรกในรอบ 3 วัน เนื่องจาก
1.นำโดยกลุ่มพลังงาน โดย JX Holdings Inc. +4.0%, Idemitsu Kosan +3.0% หลัง Mitsubishi UFJ Morgan Stanley Securities ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้นกลุ่มโรงกลั่น
2.Airport Facilities +16.0% ปรับตัวขึ้นมากสุดนับตั้งแต่ปี 2548 จากหนังสือพิมพ์ Sankei รายงานว่ารัฐบาลอยู่ ในระหว่างการพิจารณาให้การสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลาง-เล็ก ในสนามบิน
3.ขณะที่กลุ่มสาธารณูปโภค Tokyo Electric Power -3.6% หลังพนักงานในโรงปฏิกรณ์ไฟฟ้า Fukushima Dai-Ichi มีสารกัมมันตรังสีรั่วไหล
HANG SENG 22,463.70 -0.2%
ปิดลบเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน เนื่องจาก
1.นำโดยกลุ่มอสังหาฯของจีน จากความกังวลต่อมาตรการเพื่อควบคุมภาคอสังหาฯ หลังราคาบ้านในเดือน ก.ค.จำนวน 69 จากทั้งหมด 70 เมืองปรับตัวขึ้น ส่งผลให้ Country Garden Holdings -2.0%
2.China Everbright ปรับตัวลง หลังมีคำสั่งซื้อขายผิดพลาดที่ตลาดหุ้นจีน เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา พร้อมกับรายงานมูลค่าเสียหายกว่า 194 ล้านหยวน
3.Huaneng Power International -9.4% หลังหนังสือพิมพ์รายงานว่าจีนอาจปรับลดค่าไฟฟ้าในเดือน ต.ค.
4.ส่วน ZTE Corp. +2.5% หลังรัฐบาลประกาศแผนเพิ่มการลงทุนใน Fiber Optic และ Wireless
SHANGHAI 2,085.60 +0.8%
ปิดบวกเป็นวันแรกในรอบ 4 วัน เนื่องจาก
1. นำโดยกลุ่มสื่อสาร หลังรัฐบาลระบุเตรียมเพิ่มการลงทุนใน Fiber Optic และ Wireless ภายในประเทศ ส่งผลให้ ZTE Corp. +10.0% สู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค.2555, Yonyou Software Co. ปรับตัวขึ้น 10% และ Telecommunication Technologies +8.4%
2.กลุ่ม Rare-Earth ปรับตัวขึ้นเช่นกัน Inner Mongolia Baotou Steel Rare-Earth Hi-Tech +8.0%, China Minmetals Rare Earth +5.6%
3.ขณะที่กลุ่มหลักทรัพย์ปรับตัวลง หลังมีคำสั่งซื้อขายผิดพลาดที่ Everbright Securities ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนเมื่อวันที่ 16 ส.ค. แกว่งตัวผันผวนมากสุดในรอบ 4 ปี โดย Everbright Securities ห้ามซื้อขาย แต่ Everbright ในตลาดหุ้นฮ่องกงปรับตัวลง หุ้นหลักทรัพย์อื่นปรับตัวลงจากการลดความเชื่อมั่นต่อการพัฒนาธุรกิจ Prop Trade ของหลักทรัพย์โดยCitic Securities -1.2%, Haitong Securities -2.1% และ Southwest Securities -3.8%
SET 1,398.48 -3.3%
หลุดแนว 1,400 จุด เนื่องจาก
1.หลัง GDP ใน 2Q56 ของไทยขยายตัวเพียง 2.8% yoy ต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ +3.3% yoy สะท้อนปัจจัยพื้นฐานการลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังเปราะบาง อีกทั้งความกังวลต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี อาจชะลอตัวลงมากขึ้น อีกทั้งการปรับตัวลงแรงของตลาดหุ้นกลุ่ม TIPs อย่างอินโดนีเซีย สร้างบรรยากาศการลงทุนเชิงลบ
2.กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ Domestic Play อย่างกลุ่มค้าปลีก -4.6%, อสังหาฯ -4.5%, ธนาคาร -3.7% ปรับตัวลงแรง จากตัวเลขเศรษฐกิจของไทยที่ขยายตัวต่ำกว่าคาด
3.หุ้นหลักในกลุ่มธนาคารปรับตัวลงแรง KBANK -5.1%, SCB -4.0%, KTB -4.2%, BBL -2.9%
-------------------------------------------------
ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ









