วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สมาคมชาวนาหวั่นรับจำนำรอบใหม่ไม่ทัน

สมาคมชาวนาข้าวไทย หวั่นรับจำนำข้าวรอบใหม่ ไม่ทันกำหนด เหตุรัฐยังถกราคาจำนำรอบใหม่

นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย เปิดเผยว่า การโครงการรับจำนำข้าวรอบใหม่ปี 2556/57ที่จะเริ่มใหม่ เดือน ต.ค. นี้ ปัจจุบันรัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใหม่ อย่างไรก็ตามทางสมาคมฯมีความกังวลว่าจะไม่ทันตามระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้ เนื่องจากจนถึงขณะนี้รัฐบาลยังไม่สามารถสรุปราคาใหม่ขอการรับจำนำข้าวได้ และแนวทางการลดภาระโครงการรับจำนำข้าวที่อยู่ระหว่างการพิจารณาการลดราคารับจำนำข้าวจากราคาเดิมตันละ 15,000 บาท แต่ให้สิทธิ์ชาวนาจำนำขาวได้ปีละ 2 ครั้งเหมือนเดิม หรือ การคงราคารับจำนำไว้ที่ตันละ 15,000บาท แต่ลดจำนวนการจำนำข้าวจากชาวนาเหลือปีละ 1 ครั้ง

"เท่าที่ทราบ ภายในรัฐบาลยังมีความคิดเห็นเรื่องการปรับโครงการจำนำข้าวแตกต่างกัน แบ่งเป็น 2 ความคิด กลุ่มหนึ่งอยากให้ลดราคารับจำนำข้าว เพราะรู้ว่ารัฐบาล มีเงินไม่พอ จะดันทุรังโครการต่อไปไม่ได้ แต่อีกกลุ่มก็แย้งว่า หากลดราคารับจำนำก็กลัวจะเสียคะแนนเสียง สุดท้ายแล้วก็เถียงกันไม่จบ เพราะถ้าไม่ปรับโครงการ ไม่ยอมลดราคารับจำนำ เพราะกลัวเสียคะแนนเสียง โครงการขาดทุนหนักขึ้น ขาดเนหมุนเวียน จนโครงการพัง จะยิ่งเสียคะแนนเสียงหนักกว่าเดิมอีก"นายประสิทธิ์ กล่าว

นายประสิทธิ์ กล่าวว่า การพิจารณาแนวทางการรับจำนำรัฐบาล ไม่ควรกังวลเฉพาะเรื่องราคา เพราะราคารับจำนำตันละ 10,000 บาทชาวนารายย่อยทั่วไปก็รับได้ มีความสุขแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือท่าทีของรัฐบาล ต้องชัดเจน อย่าทำแบบกล้าๆ กลัวๆ จะลดราคารับจำนำ หรือ คงราคารับจำนำ แต่ให้จำนำเพียง 1 รอบ ก็ประกาศออกมาเลย แต่ต้องประกาศให้ชัด ไปอธิบายกับชาวนาให้เข้าใจ ว่ามีปัญหาเรื่องเงิน ชาวนารับได้ พร้อมรับฟัง แต่ต้องรับประกันว่า เมื่อชาวนานำข้าวไปจำนำในโครงการ และได้รับใบประทวนมาแล้ว ภายใน 15 วัน จะต้องเบิกเงินได้ อย่าปล่อยให้เหมือนกับที่ผ่านมา 2-3 เดือนก็ยังไม่ได้รับเงิน จนเดือดร้อนหนัก เพราะเมื่อไม่มีเงิน ก็ต้องไปกู้เงินนอกระบบมาใช้ ชีวิตก็ลำบากเดือดร้อนกว่าเดิม

ทั้งนี้ สมาคมฯ เห็นว่า การช่วยเหลือด้านราคาแก่ชาวนา ไม่ใช่นโยบายที่ยั่งยืน จึงรวบรวมมาตรการพัฒนาชาวนา ที่จะช่วยให้ชาวนาพึ่งพาตัวเองได้ เพื่อเตรียมนำเสนอให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พิจารณาและผลักดันขึ้นเป็นสาระแห่ชาติการพัฒนาชาวนาต่อไป โดยมาตรการดังกล่าว ประกอบด้วย 1.พัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพ และมีปริมาณเพียงพอกับการเพาะปลูก 2.จัดระบบตลาดข้าวทั้งในประเทศและส่งออก ให้ชาวนามีข้อมูลตลาดเท่าเทียมกับพ่อค้า และ3.ปรับวิธีการพัฒนาชาวนา จากการใช้วิชาการเพียงอย่างเดียว มาผสมกับภูมิปัญญาชาวบ้านด้วย ทั้งหมดนี้นายกฯ อาจตั้งคณะทำงานพิเศษขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง