กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเตรียมความพร้อมเอสเอ็มอีเข้าเออีซี หนุนทำโรดแมพรายธุรกิจ 12,000 ราย สร้างเครือข่ายธุรกิจกับเพื่อนบ้าน 10 เครือข่าย
นายธนิตศักดิ์ บุญกมลศรีศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 5 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า ธุรกิจชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านมีโอกาสขยายตัวมากขึ้น ซึ่ง กสอ.ได้เข้าไปสร้างความพร้อมให้กับผู้ประกอบการตามแนวชายแดนเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 โดย กสอ.มีโครงการที่เข้าไปเตรียมความพร้อมให้กับเอสเอ็มอีในการเข้าสู่เออีซี โดย กสอ.เข้าไปสร้างเครือข่ายธุรกิจในการทำธุรกิจร่วมกับผู้ประกอบการในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม โดยปี 2556 ตั้งเป้าหมายสร้างเครือข่ายธุรกิจ 10 เครือข่าย เพื่อสร้างความร่วมมือทางการตลาดและซัพพลายเชน
นอกจากนี้ กสอ.เข้าช่วยเหลือให้เอสเอ็มอีทำโรดแมพธุรกิจของตัวเองเพื่อประเมินความพร้อมและวางแผนธุรกิจ เช่น กลุ่มเป้าหมาย กำไร จุดเด่นจุดด้อยของธุรกิจ ซึ่งในปี 2556 มีเป้าหมายในการช่วยเหลือเอสเอ็มอี 12,000 ราย และมีการพัฒนาเชิงลึกให้กับผู้ประกอบการที่ประเมินแล้วมีความพร้อมเพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับกาษีนำเข้าของประเทศเพื่อนบ้าน ประเพณี ค่านิยมของผู้บริโภคให้กับเอสเอ็มอี 5,000 ราย รวมทั้งให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารจัดการ เช่น แรงงาน วัตถุดิบ เงินทุน 650 ราย และมีโครงการพัฒนาแรงงานภาคการผลิตเพื่อเตรียมความพร้อมในการปรับตัวแข่งขันหลังเข้าเออีซี 5,000 ราย จะพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์
นายธนิตศักดิ์ กล่าวว่า กสอ.ประเมินว่ามีธุรกิจชายแดนไทย-ลาว 3 กลุ่มที่มีแนวโน้มขยายตัวมากคือ 1.การส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นที่ลาวนำเข้าจากไทยเป็นส่วนใหญ่และมีแนวโน้มขยายตัวปีละ 10-15 % และสินค้าที่ขยายตัวมาก เช่น อาหารกึ่งสำเร็จรูป นั้มนพืช น้ำแข็ง โดยลาวมีประชากรน้อยทำให้ไม่มีผู้ประกอบการสนใจเข้าไปตั้งโรงงานผลิตสินค้าขนาดใหญ่และทำให้ต้องนำเข้าสินค้าดังกล่าวจากไทย
2.การส่งออกสินค้าวัสดุก่อสร้าง โดยสินค้าที่ลาวนิยมนำเข้าจากไทย เช่น อิฐบล็อก กระเบื้อง อะลูมิเนียม หลังคาเหล็ก ซึ่งเศรษฐกิจลาวที่มีแนวโน้มดีขึ้นทำให้มีความต้องการพัฒนาที่อยู่อาศัยและรัฐบาลมีนโยบายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจึงทำให้มีแนวโน้มความต้องการนำเข้าจากไทยมากขึ้น 3.ธุรกิจบริการ เช่น คาร์แคร์ อู่ซ่อมรถ โรงแรม โดยธุรกิจบริการในลาวยังไม่ครบวงจรทำให้ผู้บริโภคลาวมาใช้บริการในฝั่งไทย ซึ่งธุรกิจดังกล่าวจะตอบสนองทั้งผู้บริโภคไทย ลาวและนักท่องเที่ยว
นายจันทร ตยางคนนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมจังหวัดมุกดาหารได้เสนอให้จังหวัดมุกดาหารเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร จังหวัดอุดรธานีเมื่อเดือน ก.พ.2555 เห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาการตั้งเขตเศรษฐกิจเศษมุกดาหารแล้ว และเมื่อครั้งที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหารเมื่อเดือน ก.ค.2556 ก็ได้ยืนยันเรื่องการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร ซึ่งสภาอุตสาหกรรมจังหวัดมุกดาหารเชื่อว่าการตั้งเขตเศรษฐกิจจะส่งเสริมการค้าและการลงทุนในพื้นที่มากขึ้น เพราะสิทธิประโยชน์จากการลงทุนจะมากกว่าที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้ แต่คงต้องใช้เวลาอีกประมาณ 5 ปี จะจะเกิดขึ้นได้เพราะเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายหลายฉบับเหมือนเขตเศรษฐกิจแม่สอด จังหวัดตาก โดยเฉพาะการตั้งหน่วยงานเข้ามาดูแลเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะต้องออกกฎหมายเฉพาะของเขตเศรษฐกิจพิเศษออกมาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างหาก









