วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บุญทักษ์'พลิกโฉมทีเอ็มบี 5 ปี

"บุญทักษ์ หวังเจริญ"หัวเรือใหญ่ ทีเอ็มบี โชว์กำไรพุ่ง-ฐานะการเงินแข็งแกร่ง ผ่านรายการ Corporate Insight กรุงเทพธุรกิจทีวี

ย้อนไปในปี 2552 เผือกร้อน ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย หรือ ทีเอ็มบี (TMB) แทบจะไม่มีเสน่ห์เย้ายวนมากหนัก เพราะขณะนั้นมีภาระหนี้สินหนักอึ้งจากการขาดทุนสะสมระดับแสนล้านบาท และยังมีความหลากหลายขององค์กรที่สูง จากการควบรวมกิจการสถาบันการเงินถึง 3 แห่ง ทั้งธนาคารไทยทนุ ธนาคารดีบีเอส และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ไอเอฟซีที)

แต่เมื่อบอร์ดไว้วางใจเลือก "บุญทักษ์ หวังเจริญ" ขึ้นมารับตำแหน่งใช้ระยะเวลา 2 ปี ทำให้ทีเอ็มบี กลับมาจ่ายปันผลเป็นครั้งแรกรอบ 14 ปี และยังสามารถสร้างแบนด์ด้วยการปฏิวัติผลิตภัณฑ์การเงิน Make Different

ก้าวต่อไปของ ทีเอ็มบี "บุญทักษ์" มองการเติบโตต่อเนื่องเชิงธุรกิจจากยอดสินเชื่อและเงินฝากปีนี้คาดหวังได้ประมาณ 12-15% ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้งการเน้นปล่อยสินเชื่อกลุ่มลูกค้า SME ที่เข้าไปถึงแหล่งเงินได้ยากแต่กลยุทธ์ของ TMB สามารถตอบสนองความต้องการกลุ่มได้

จากการเติบโตในกลุ่ม SME ได้เฉลี่ยปีละ 40-50 % พอร์ตสินเชื่อเดิมเป็นกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ 60 % ลูกค้า SME 20 % ที่เหลือก็รายย่อยอื่นๆ ปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อ SME เป็น 35 % รายใหญ่เหลือ 45 % ที่เหลือเป็นกลุ่มรายย่อย

ความแตกต่างของ ทีเอ็มบี อยู่ที่คิดต่าง เพราะหากแข่งปล่อยสินเชื่อกับธนาคารขนาดใหญ่ด้วยอัตราดอกเบี้ยอย่างทุกวันนี้ ที่แข่งกันจนดอกเบี้ยต่ำมากกว่าผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลซะอีก ซึ่งนี่ไม่ใช่บริการทั้งที่ช่องว่างยังมีอีกมาก สิ่งที่ ทีเอ็มบี เสนอคือการปล่อยกู้คู่ค้าของบริษัทขนาดใหญ่ๆ แทน ทำให้ไม่ใช้ราคามาแข่งขันเพราะหากใช้ราคาเท่ากับไม่เข้าใจลูกค้า แต่ต้องสร้างมูลค่าให้ลูกค้ามากกว่า

ส่วนกลยุทธ์สำคัญที่ถือว่าเป็นหัวใจในการพลิกฟื้น ทีเอ็มบี สามารถโชว์ทั้งผลประกอบการ และแบนด์ได้คือฐานเงินฝากที่มีเสถียรภาพเพราะเป็นกลุ่มบุคคล 65% ที่เหลือกลุ่มบริษัท และยังสามารถดูแลต้นทุนได้ต่ำใกล้เคียงกับธนาคารใหญ่

ที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์เงินฝาก ที่นำเสนอต้อง Make Different สร้างความแตกต่างมีความหมายกับลูกค้าที่ไม่เคยมีในตลาดมาก่อน จึงเห็นทั้ง One Bank One Account หรือ No Free No Limit สำหรับธุรกิจ

ล่าสุดผลิตภัณฑ์ใหม่ No Fit เงินฝากไม่ประจำคือให้ดอกเบี้ยสูงตั้งแต่วันที่ฝากวันแรกและถอนเมื่อไรก็ได้ สินค้าพื้นฐานพวกนี้ไม่ใช่ TMB ไม่ปล่อยกู้ แต่พอลูกค้าเดินบัญชีกับ ทีเอ็มบี เห็นการเดินบัญชีลูกค้าก็เข้าใจในสินค้าที่ตรงใจลูกค้าได้

"จริงๆ แล้วลงไปดูพฤติกรรมผู้บริโภค ไม่ว่าบุคคล หรือธุรกิจ ต้องการทำธุรกรรมสะดวก ง่าย ไม่ใช่ไปเก็บค่าธรรมเนียมอยู่ตลอดเวลา ดอกเบี้ยต่ำลูกค้าไม่ว่า แลกกับไม่เก็บค่าธรรมเนียมยิบย่อย ส่วนเงินฝากระยะยาวก็มีความยืดหยุ่น ตรงนี้เป็นประโยชน์กับลูกค้า สิ่งที่ลูกค้าให้กลับคือการใช้บริการมากขึ้นต้นทุนการเงินทีเอ็มบี ก็จะต่ำลงไปด้วย"

เป้าหมายสำคัญคือต้องการให้ค่าใช้จ่ายโตน้อยที่สุด หากรายได้โตต้องมากกว่าค่าใช้จ่าย 2 เท่า สามารถทำได้จนทำให้ปีที่แล้วกำไรก่อนตั้งสำรองทะลุหมื่นล้านบาทเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ตัดสินใจตั้งสำรอง 5,000 ล้านบาท รวมเป็น 8,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังตั้งเป้าให้สัดส่วนรายได้จากค่าธรรมเนียมอยู่ประมาณ 30% ของรายได้รวมและดอกเบี้ยประมาณ 70% ส่วนปี 2557 คาดว่าอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ต่อผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 14 % จากปัจจุบัน 3 % ถ้าหักไม่ต้องตั้งสำรองจำนวนมากในปีที่แล้ว ROE อยู่ที่ 11-12%

สำหรับครึ่งปีแรกทีเอ็มบี มีกำไรสุทธิ 2,068 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% โดยรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่ม 36.7% และ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) เพิ่มเป็น 2.97%

ขณะที่ความแข็งแกร่งทางการเงินส่วนเงินกองทุนค่อนข้างสบายใจมีสัดส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) เกิน 17% ภายใต้เกณฑ์ BASEL III ซึ่งเป็นกองทุนชั้นที่ 1 (TIER 1) ก็ 11.5 % เป็นระดับสูงในอันดับต้นๆ ของธุรกิจธนาคารไทยทำให้มีความมั่นคง

ส่วนปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ที่เคยเป็นปัญหา เกือบแสนล้านบาทหรือ 20 % ของขนาดสินทรัพย์ ที่ผ่านมาพยายามลดลงมาอย่างรวดเร็วจนทำให้ NPL อยู่ที่ 4% แต่เป้าหมายต้องการให้ปีนี้ลงไปแตะอยู่ที่ 3% ให้ได้ และ ส่วนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพหรือ NPA ก็เหลือ 0.4 %

"สิ่งที่ ทีเอ็มบี มีดี 2 ด้านคือ กำไรดีพอที่ตั้งสำรองโดยไม่ต้องขาดทุน และส่วนทุนก็มั่นคงก็ให้ความสบายใจระดับหนึ่งกับนักลงทุน และในองค์กรก็จะบอกตลอดการเป็นบริษัทมหาชนผู้ถือหุ้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงต้องสร้างคุณค่าให้ลูกค้า ให้กับบริษัทเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้ธนาคารมีชีวิตอยู่ได้"

ด้วยมุมมองการทำธุรกิจที่แตกต่างจากอุตสาหกรรมทำให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทีเอ็มบี มองกระแสข่าวการขายหุ้นของกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (กระทรวงการคลังถือ 26.06 %และ ING ถือ 25.16 %) ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติเพราะทีเอ็มบี มีเสน่ห์มากขึ้นนั้นเอง

การที่ธนาคารมีฐานลูกค้าชัดเจน มีแบนด์ที่ชัดเจน มีบริการและผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน สามารถยืนบนขาตัวเองได้ สะท้อนสิ่งดีที่ชี้ให้เห็นว่า TMB มีสิ่งที่มีคุณค่า ซึ่งปีนี้ก็มีแผนที่จะสร้างแบนด์ต่อเนื่อง ใช้ 3-5 ปี คือ Branded Expires จากที่ผ่านมาธนาคารมุ่งเน้นออกสินค้าที่ไม่เกิดมีในท้องตลาดจนลูกค้าเริ่มมองว่าสินค้าออกมาใหม่หากไม่เห็นโฆษณาหรือโลโก้ต้องเป็นทีเอ็มบี แน่ ซึ่งสิ่งที่ต้องการคือประสบการณ์ของลูกค้าที่เห็นว่านี่แหละคือ ทีเอ็มบี

นอกจากจะคิดผลิตภัณฑ์การเงินใหม่ๆ แล้วต้องให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์ผ่านช่องทาง สาขา ไม่ว่า อินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ โมบายแบงก์กิ้ง ทุกอย่างต้องมีประสบการณ์ร่วมกัน การโฟกัสความสำเร็จไม่ดูแลขนาดสินทรัพย์ต้องติด 1 ใน 3 แต่โฟกัสที่สินค้าที่ Make Differentให้ลูกค้า