ปตท. ยอมรับผลประกอบการทั้งกลุ่มในปีนี้ จะลดลงจากปีก่อน หลังราคาน้ำมันร่วง-อัตราแลกเปลี่ยนผันผวน
นายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในกลุ่มปตท. ช่วงครึ่งปีหลังจะใกล้เคียงกับครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ทั้งธุรกิจต้นน้ำถึงปลายน้ำ แต่ยอมรับว่าผลงานรวมทั้งปีอาจจะต่ำกว่าปีก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงในไตรมาส 2 และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะลดลงไม่มากนัก
"ผลงานทั้งกลุ่มปีนี้ก็คงอยู่ในระดับทรงๆ อาจจะต่ำกว่าปีที่แล้ว แต่คงไม่มากนัก ซึ่งปีนี้เราได้รับผลกระทบจากทั้งราคาน้ำมันที่ปรับลดลงในช่วงไตรมาส 2 และค่าเงินที่ผันผวน โดยราคาน้ำมันปัจจุบันก็เริ่มมีการปรับตัวสูงขึ้น ล่าสุดราคาน้ำมันดิบที่ดูไบอยู่ที่ 107 เหรียญต่อบาร์เรล จากความกังวลเหตุการณ์ที่อียิปต์ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จริงๆแล้วไม่ได้มีผลกระทบกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทมากนัก แต่กระทบด้านจิตวิทยา ส่วนการลงทุนในต่างประเทศที่พิจารณาไปแล้วก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และที่ยังไม่ได้ลงทุนก็อาจจะดูถึงความเหมาะสมกับภาวะตลาดก่อน โดยปีนี้เราได้ลงทุนไปแล้วประมาณ 4 หมื่นล้านบาท" นายสุรงค์ กล่าว
ส่วนเหตุการณ์ฟ้าฝ่าโรงแยกก๊าซที่ 5 นั้น ส่งผลให้ปริมาณก๊าซ LPG หายไปประมาณ 2.5 พันตันต่อวัน หรือคิดเป็น 25% ของปริมาณการผลิตทั้งหมด โดยบริษัทได้ให้ความสำคัญอย่างเต็มที่กับการจัดหาก๊าซ LPG ให้เพียงพอกับความต้องการใช้ โดยเตรียมพร้อมนำเข้าก๊าซ LPG จากต่างประเทศ มาชดเชยปริมาณก๊าซที่หายไป
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะได้ข้อสรุปผลการประเมินความเสียหาย จากเหตุการณ์ฟ้าผ่าโรงแยกก๊าซแห่งที่ 5 ในวันจันทร์นี้ (19 ส.ค. 56) โดยข้อมูลเบื้องต้น จากการสำรวจอุปกรณ์ที่ได้รับความเสียหาย คาดว่ามีมูลค่าความเสียหายประมาณ 10 ล้านเหรียญ ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือน ในการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ดังกล่าวทั้งนี้บริษัทมีประกันจากทิพยประกันภัย ในการดูแลเหตุการณ์ภัยธรรมชาติ ส่วนเรื่องวงเงินประกันยังไม่สามารถสรุปได้ว่าครอบคลุมความเสียหายหรือไม่ เนื่องจากต้องรอสรุปยอดความเสียหายก่อน









