วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกร.ขานรับร่วมเวทีปฏิรูปการเมือง

เอกชน 3 สถาบัน ขานรับร่วมเวทีปฏิรูปการเมือง เชื่อช่วยลดปัญหาความขัดแย้งช่วยสร้างศก.ไทยเข้มแข็งขึ้น "พยุงศักดิ์-ธวัชชัย"ไม่รับตำแหน่งกก.

วานนี้ (15 ส.ค.) เวลา 18.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นัดหมายกับภาคเอกชน 3 สถาบัน ได้แก่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย
นายพงศ์เทพกล่าวว่าตามที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีมีแนวความคิดที่จะตั้งสภาปฏิรูปการเมือง

โดยจะมีการทาบทามผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่างๆ 50 คน โดยในวันที่ 25 ส.ค.นี้จะมีการนัดประชุมเป็นครั้งแรกเพื่อรับฟังความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆ ทั้งนี้รัฐบาลได้เล็งเห็นว่าภาคเอกชนทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจจึงอยากเชิญให้เข้ามาร่วมในเวทีปฏิรูป โดยในเวทีปฏิรูปในวันที่ 25 ส.ค.นี้จะเปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ ส่วนในขั้นตอนต่อไปเมื่อมีการตั้งสภาปฏิรูปและจะมีคณะกรรมการต่อไปจะเป็นไปตามขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตามหากมีการตั้งภาคเอกชนเป็นกรรมการในสภาปฏิรูปจะไม่กระทบต่อตำแหน่งของภาคเอกชนในสถาบันต่างๆอย่างแน่นอน

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) กล่าวว่า สอท.ตอบรับเข้าร่วมเวทีปฏิรูปการเมืองเนื่องจากมองแล้วว่าจะไม่ถูกตีความว่าเป็นตำแหน่งทางการเมือง ทั้งนี้มองว่าจากแก้ปัญหาความขัดแย้งและแก้ไขโครงสร้างทางการเมืองที่มีปัญหาได้ โดยมองว่าในอนาคตหากมีการวางโครงสร้างทางการเมืองที่ดีก็จะสามารถพัฒนาเศรษฐกิจให้ดีมากขึ้น เหมือนกับในประเทศที่พัฒนาแล้วที่มีโครงสร้างการเมืองที่ดีอย่างในอังกฤษและสหรัฐอเมริกาการพัฒนาทางเศรษฐกิจก็สามารถทำได้ง่าย และจะเป็นประโยชน์ในการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนได้เช่นกัน

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่าได้มีการปรึกษากับสมาชิกหอการค้าฯแล้วมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าความมั่นคงทางการเมืองมีความสำคัญต่อการทำธุรกิจ และช่วยให้ธุรกิจสามารถวางแผนการลงทุนในระยะยาวได้ โดยสถานการณ์ในปัจจุบันยอมรับว่ายังไม่สามารถอธิบายให้กับนักธุรกิจและนักลงทุนหรือทูตบางประเทศ ที่เข้ามาพบได้เข้าใจถึงความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยได้มากนัก โดยเชื่อว่าการพูดคุยจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้คนใชนชาติมีความปรองดองกันได้ ส่วนวิธีการและระยะเวลาในการดำเนินการจะเป็นอย่างไรต้องมีการหารือในรายละเอียดสำหรับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอีกครั้ง

นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่าในฐานะภาคเอกชนรู้สึกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่มักได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมือง นอกจากนั้นยังกังวลว่าปัญหานี้จะยิ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ดังนั้นหากมีเวทีในการพูดคุยและลดความขัดแย้งในสังคมลงได้ก็ควรที่จะได้รับการสนับสนุนเนื่องจากเมื่อคนในชาติมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจได้ในอนาคต

ทั้งนี้ สมาคมธนาคารไทยยินดีที่จะเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นในเวทีแสดงความคิดเห็นเพื่อการปฏิรูปกการเมือง โดยไม่ต้องการให้มีการแต่วตั้งเข้าร่วมกในคณะกรรมการแต่อย่างใด

ด้านนางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกล่าวว่าทางกลุ่มฯ ยินดีเข้าร่วมกับเวทีต่างๆที่จะช่วยทให้ประเทศไทยน่าอยู่มากขึ้น และรู้สึกยินดีที่จะมีการทำงานร่วมกันเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งลง ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยน่าอยู่และจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว