ตลาดหลักทรัพย์ คงเป้าวอลุ่มซื้อขายปีนี้ที่ 4.8-4.9 หมื่นลบ./วัน แม้ช่วงที่เหลือของปีจะเบาบางเหลือ 3.8 หมื่นลบ./วัน หลังต่างชาติชะลอซื้อ
นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.ยังคงเป้าหมายการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันไว้ที่ 4.8-4.9 หมื่นล้านบาทเช่นเดิม แม้ยอมรับว่าแนวโน้มปริมาณการซื้อขายในช่วงที่เหลือของปีจะเบาบางลงอยู่ที่ประมาณ 3.8 หมื่นล้านบาทต่อวัน ซึ่งลดลงจากช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาที่มีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างดีเฉลี่ยต่อวันประมาณ 4.4-4.6 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ เป็นผลจากแนวโน้มปริมาณการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติที่คาดว่าจะชะลอลง เพื่อรอดูความชัดเจนของการปรับนโยบายการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินของสหรัฐฯ ซึ่งเชื่อว่าเม็ดเงินดังกล่าวจะชะลอลง ขณะเดียวกันจะส่งผลทำให้สัดส่วนนักลงทุนรายย่อยลดลงไปด้วย
นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาพบว่าภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะผันผวน และแนวโน้มของภาวะเศรษฐกิจมีการชะลอตัวลง ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยังไม่ชัดเจน อาจส่งผลต่อความสามารถการลงทุนของนักลงทุนรายย่อยที่น่าจะลดลง
"ปริมาณการซื้อขายน่าจะลดลงในช่วงที่เหลือของปีจาก QE ที่หายไป ดังนั้นวอลุ่มต่างประเทศหายไปแน่ๆ ซึ่งตอนนี้ต่างชาติยังไม่ได้หายไปไหนเป็นแค่ช่วง wait & see จึงยังไม่น่าห่วงมากนัก แต่ที่ต้องดูคือนักลงทุนบุคคล ซึ่ง 6 เดือนที่ผ่านมาดัชนีค่อนข้างผันผวน และราคาหุ้นเพิ่มขึ้นหลายตัวมาก และรับข่าวมากขึ้น ตอนนี้ก็ทำให้การซื้อขายน้อยลง และถ้าดูจากครึ่งปีแรกการแอ็คทีฟโตขึ้นมากกว่า 2 เท่า จากผลประกอบการที่ดี ซึ่งเขาก็รับข่าวไปแล้ว เป็น net bought ทำให้ wealth ดีมาก แต่พอช่วงหลัง activity เบาบางลงก็ลดลงตาม ซึ่ง activity ที่ผ่านมาไม่ใช่กลุ่ม SET100 ซึ่งตอนนี้หายไปแล้ว และเริ่มกลับมาเป็น activity ของกลุ่มใหญ่ๆ"นายภากร กล่าว
ส่วนกรณีที่แนวโน้มปริมาณการซื้อขายที่เบาบางลงจะมีผลต่อการระดมทุนผ่าน IPO หรือไม่นั้น ดร.ภากร มองว่าน่าจะส่งผลกระทบ เนื่องจากแต่ละบริษัทต้องอ้างอิงปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก ซึ่งแตกต่างจากการเข้ามาระดมทุนในช่วงที่ปริมาณการซื้อขายหนาแน่น และยังพึ่งพากระแสในส่วนนั้นได้ ดังนั้นอาจจะเริ่มเห็นสัญญาณการเลื่อน IPO และการเพิ่มทุนออกไปบ้าง ซึ่งถือเป็นปกติ








